Connect with us

ข่าว

คมนาคมดัน “ท่าเรือระนอง” เป็นประตูการค้าอันดามันเชื่อมเอเชียใต้ หลังยอดตู้สินค้า 7 เดือนพุ่ง 55%

Published

on

กระทรวงคมนาคมผลักดันท่าเรือระนองสู่ประตูการค้าฝั่งอันดามัน เชื่อมโลจิสติกส์ไทยสู่เอเชียใต้และ BIMSTEC หลัง กทท. เผยยอดตู้สินค้าผ่านท่า 7 เดือนโตกว่า 55%

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงคมนาคมเดินหน้าผลักดันท่าเรือระนองให้เป็นประตูการค้าฝั่งทะเลอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ของไทยเข้ากับกลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ หลังการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) หรือ PAT เผยผลการดำเนินงานช่วง 7 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 มีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นกว่า 55% พร้อมเตรียมแผนลงทุนเพิ่มศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือทุ่นแรงเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต

นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย ณ ท่าเรือระนอง จังหวัดระนอง โดยนายสรรเพชญกล่าวว่า ท่าเรือแห่งนี้เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาเป็นประตูการค้าฝั่งอันดามัน เพื่อเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ไปยังกลุ่มประเทศ BIMSTEC และภูมิภาคเอเชียใต้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยจะต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถให้รองรับปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น พร้อมบูรณาการกับโครงข่ายคมนาคมอื่น ๆ เพื่อให้การขนส่งมีความต่อเนื่องและช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์

ทางด้าน ว่าที่ร้อยตรี รัฐกร เขียวไพศาล รองผู้อำนวยการการท่าเรือแห่งประเทศไทย สายบริหารการเงินและกลยุทธ์องค์กร และรักษาการแทนผู้อำนวยการ กทท. ระบุว่า ท่าเรือระนองมีจุดแข็งจากทำเลที่ตั้งบนฝั่งทะเลอันดามันที่สามารถเชื่อมการขนส่งจากอ่าวไทยและพื้นที่เศรษฐกิจไปยังเส้นทางเดินเรือในมหาสมุทรอินเดียได้โดยตรง โดย กทท. กำลังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการให้บริการ ปัจจุบันมีท่าเทียบเรือหลัก 2 ส่วน คือ ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์รองรับเรือสินค้าไม่เกิน 500 ตันกรอส และท่าเทียบเรือตู้สินค้ารองรับเรือสินค้า 8,000 ตันกรอส หรือไม่เกิน 12,000 เดดเวทตัน พร้อมร่องน้ำลึก 8 เมตรและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการขนถ่ายสินค้า

สำหรับผลการดำเนินงานของท่าเรือระนองในรอบ 7 เดือนของปีงบประมาณ 2569 (ตุลาคม 2568 – เมษายน 2569) พบว่ามีการเติบโตขึ้นในทุกมิติ โดยมีปริมาณตู้สินค้าผ่านท่า 7,000 ทีอียู (TEU) เพิ่มขึ้น 55.56% ปริมาณสินค้าผ่านท่า 106,000 ตัน เพิ่มขึ้น 7.07% และจำนวนเรือผ่านท่า 217 เที่ยว เพิ่มขึ้น 38.22% นอกจากนี้ การท่าเรือแห่งประเทศไทยยังได้ผลักดันความร่วมมือผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับท่าเรือพันธมิตรในบังกลาเทศ อินเดีย และศรีลังกา เพื่อขยายโอกาสทางการค้า เปิดเส้นทางขนส่งใหม่ และเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องมือทุ่นแรงเพื่อรองรับปริมาณสินค้าที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement