การเมือง
รมว.แรงงาน ร่วมประชุม ILC ณ นครเจนีวา ถก 4 วาระสำคัญมุ่งยกระดับสิทธิแรงงานไทยและข้ามชาติ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยผลสำเร็จจากการเข้าร่วมการประชุมใหญ่ประจำปีองค์การแรงงานระหว่างประเทศ สมัยที่ 114 (International Labour Conference: ILC) ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส โดยได้หารือทวิภาคีกับตัวแทนจากอิตาลี สิงคโปร์ IOM และ ILO เพื่อเดินหน้าขยายความร่วมมือด้านแรงงาน เร่งรัดการจัดทำ MOU ส่งแรงงานไทยไปทำงานต่างประเทศ การศึกษาเพื่อพัฒนาระบบประกันสังคม รวมถึงการขยายความคุ้มครองสิทธิแรงงานทั้งระบบให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ภายหลังเสร็จสิ้นภารกิจการประชุม International Labour Conference (ILC) และการประชุมระดับรัฐมนตรีแรงงานเอเชียแปซิฟิก (ASPAG Ministerial Meeting) ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2569 นายจุลพันธ์ระบุว่าได้หารือร่วมกับรัฐมนตรีและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศใน 4 วาระสำคัญ โดยเริ่มจากการหารือกับนางมารีนา เอลวีรา คัลเดโรเน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและนโยบายทางสังคมของอิตาลี ซึ่งทางการไทยได้ขอบคุณอิตาลีที่บรรจุไทยในร่างกฎหมายแรงงาน (Flows decree) ที่เปิดทางให้คนไทยทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย พร้อมเร่งรัดการทำ MOU ส่งแรงงานภาคเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงแลกเปลี่ยนโมเดลการศึกษาทวิภาคี (Dual-Track Education) เพื่อนำมาประยุกต์ใช้พัฒนาฝีมือแรงงานไทยเชื่อมโยงระบบการศึกษากับภาคธุรกิจให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ
ในส่วนของการหารือกับ ดร. ตัน ซี เลง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกำลังคนของสิงคโปร์ ได้มีการถอดบทเรียนการดำเนินงานใน 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การศึกษา ระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Central Provident Fund: CPF) ของสิงคโปร์ เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาระบบ ประกันสังคม ของไทยให้มีความยืดหยุ่นและก้าวทันบริบทโลก นอกจากนี้ยังได้ศึกษาแนวทางการจัดเก็บภาษีแรงงานต่างด้าว เพื่อนำมาปรับใช้ในการบริหารจัดการและยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย
ด้านความร่วมมือกับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (International Organization for Migration: IOM) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้หารือกับนางสาวเอมี อี. โป๊ป ผู้อำนวยการใหญ่ IOM โดยเน้นย้ำถึงนโยบายของไทยในการส่งเสริมการย้ายถิ่นฐานอย่างถูกกฎหมายผ่านระบบ MOU กับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันไทยมี แรงงานข้ามชาติ กว่า 1.5 ล้านคนที่ได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียมในระบบประกันสังคม ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือถึงแนวทางคุ้มครองแรงงานกลุ่มเปราะบาง ตลอดจนการป้องกันปัญหาการบังคับใช้แรงงานและการค้ามนุษย์
สำหรับวาระสุดท้าย นายจุลพันธ์ได้เข้าพบ นายกิลเบิร์ท เอฟ โฮงโบ ผู้อำนวยการใหญ่ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organization: ILO) โดยได้กล่าวชื่นชมบทบาทของ ILO ที่ให้การสนับสนุนไทยผ่านแผนงานระดับชาติว่าด้วยงานที่มีคุณค่า ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานไทย พร้อมกันนี้ยังได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะขยายการคุ้มครองไปยังกลุ่ม แรงงานแพลตฟอร์ม (Platform Workers) โดยอยู่ระหว่างการหารือเพื่อปรับปรุงกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพให้กับแรงงานกลุ่มดังกล่าวในอนาคต
