Connect with us

ข่าว

ภาคประชาชน-โคแฟค-สภาผู้บริโภคฯ เสวนาอนาคตฟรีทีวี หลังเตรียมหมดสัมปทาน 2572 แต่ กสทช. ยังไม่มีแผนชัดเจน หวั่นกระทบสิทธิรับข้อมูลข่าวสารของ ปชช.

Published

on

ภาคีเครือข่ายผู้บริโภคจี้ กสทช. เร่งวางแผนรองรับก่อนฟรีทีวีหมดอายุใบอนุญาตปี 2572 หวั่นกระทบสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของกลุ่มเปราะบาง พร้อมเสนอคุมเข้มแพลตฟอร์มออนไลน์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนนำโดย ภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ สภาองค์กรของผู้บริโภค ร่วมจัดเวทีเสวนาโต๊ะกลมเพื่อสะท้อนความกังวลต่ออนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัลภาคพื้นดิน หรือ ทีวีดิจิทัล เนื่องจากใบอนุญาตประกอบกิจการกำลังจะสิ้นสุดลงในปี 2572 แต่ในปัจจุบัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ยังไม่มีแผนงานรองรับที่ชัดเจน พร้อมเรียกร้องให้มีการกำกับดูแลธรรมาภิบาลของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ หรือ Social Media Platform เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการคุ้มครองผู้บริโภค

จากการทำงานของตัวแทนผู้บริโภคพบว่า ฟรีทีวียังคงเป็นช่องทางพื้นฐานที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และผู้มีรายได้น้อย เนื่องจากสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและความบันเทิงได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือน แตกต่างจากสื่อออนไลน์ที่ต้องพึ่งพาระบบอินเทอร์เน็ต นอกจากนี้ยังมีบริการล่ามภาษามือสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน ซึ่งหากไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนก่อนปี 2572 จะส่งผลกระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนในวงกว้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หนานชัย น้อยสัญญา ตัวแทนชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเขตบางนา กล่าวว่า ประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย ยังพึ่งพาข่าวสารจากทีวีดิจิทัลมากกว่าสื่อออนไลน์ หากวันหนึ่งทีวีดิจิทัลไม่สามารถออกอากาศได้ จะส่งผลกระทบต่อโอกาสในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างมาก ด้าน ธัญวรัตณ์ จิรายุวัฒนา ประธานชมรมคุ้มครองผู้บริโภคเขตบางนา ให้ความเห็นสอดคล้องกันว่า โทรทัศน์ดิจิทัลเป็นสื่อสำคัญต่อการดำรงชีวิต ทั้งด้านข่าวสาร ความบันเทิง และการแจ้งเตือนภัย จึงควรเร่งจัดทำแผนรองรับก่อนที่จะถึงกำหนดเวลาดังกล่าว

ขณะเดียวกัน เมธา มาสขาว ผู้ประสานงานเครือข่ายสื่อเพื่อการเปลี่ยนแปลง ระบุว่า อนาคตของฟรีทีวีไทยยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากแผนแม่บทด้านกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ของ กสทช. ยังไม่มีความชัดเจน ทั้งที่ฟรีทีวีมีบทบาทสำคัญในการทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ต่างจากแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ประชาชนต้องเสียค่าใช้จ่ายอินเทอร์เน็ตรายเดือน ปัจจุบันโอกาสรอดของทีวีดิจิทัลถูกพูดถึงมากว่าขาดการสนับสนุนและส่งเสริมทั้งจากภาครัฐหรือหน่วยงานอย่าง กสทช. ที่ไม่เห็นความสำคัญ และอีกหลายเรื่องที่ทำให้การแข่งขันของทีวีดิจิทัลถูกลดทอนลงไป เป็นการครองความใหญ่ของทุนข้ามชาติของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่มีบทบาทอย่างสำคัญในสังคมไทย เรื่องนี้จึงน่าเป็นห่วง

Advertisement

ในส่วนของภาคการกำกับดูแลและสื่อออนไลน์ มีข้อเสนอให้ปรับปรุงกฎหมายเพื่อควบคุมบริการแพร่ภาพและกระจายเสียงผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ OTT (Over-the-top) เพื่อป้องกันภัยจากอาชญากรรมออนไลน์และเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อเด็กและเยาวชน โดย พล.ต.ต. เอกธนัช ลิ้มสังกาศ ประธานคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน หรือ กตป. ย้ำว่า ทีวีและวิทยุยังเป็นช่องทางหลักที่จำเป็นในการแจ้งเตือนภัยพิบัติและสถานการณ์ฉุกเฉิน ขณะที่ ดร.ศรีดา ตันทะอธิพานิช ผู้จัดการมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย เสนอว่า แพลตฟอร์มที่มีรายได้จำนวนมหาศาลจากการโฆษณาและการค้าขายออนไลน์ ควรมีระบบตรวจสอบและคัดกรองบัญชีหรือเพจที่เข้าข่ายหลอกลวง รวมถึงร่วมรับผิดชอบเมื่อเกิดความเสียหายกับผู้บริโภค

ทางด้าน ณภัทร กองจันทร์ ผู้ร่วมก่อตั้งเพจ Natty Love Myanmar ได้สะท้อนถึงระบบของอัลกอริทึม (Algorithm) ในปัจจุบันว่า ควรพัฒนาระบบกลั่นกรองในการเข้าใจภาษา บริบท รวมถึงเข้าใจในความเป็นภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา เพื่อให้มีการบังคับใช้เป็นรูปแบบหรือแพลตฟอร์ม หรือเป็นกฎหมายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น สุดท้ายควรมีช่องทางสนับสนุนสำหรับสื่อหรือองค์กรและผู้สร้างเนื้อหาที่ทำงานในประเด็นสาธารณะ เช่น ระบบรายงานข้อมูลเท็จที่มีประสิทธิภาพ อย่างโคแฟคนำเสนอข้อมูลที่เช็คแล้ว เป็นความจริงแล้ว กลับกลายเป็นได้ยอดการมีส่วนร่วม หรือ Engage น้อยมาก เหมือนแพลตฟอร์มไม่ดันข้อเท็จจริงให้สู่ประชาชน กับบางกลุ่มที่เป็นข่าวลวง หรือความจริงครึ่งเดียวกลับได้รับยอดการมีส่วนร่วมดีมาก

สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้งภาคีโคแฟค (ประเทศไทย) และอดีตกรรมการ กสทช. เปิดเผยว่า ข้อเสนอทั้งหมดจากเวทีเสวนาครั้งนี้จะถูกส่งต่อไปยัง กสทช. โดยมุ่งเน้นใน 2 ประเด็นหลัก คือการจัดทำแผนแม่บทเพื่อรองรับอนาคตของฟรีทีวี และการออกมาตรการกำกับดูแลแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ พร้อมระบุว่า เราอาจต้องทำงานรณรงค์กับผู้บริโภคด้วยกันด้วยว่าให้หันมาสนับสนุนสื่อวิทยุ – ทีวีของคนไทยมากขึ้นเพื่อสร้างอำนาจต่อรอง เรียกร้องให้ประชาชนร่วมสนับสนุนสื่อคุณภาพ และลดการมีส่วนร่วมกับเนื้อหาประเภทคลิกเบต หรือ Clickbait หรือข่าวลวง เพื่อสร้างแรงจูงใจให้แพลตฟอร์มปรับอัลกอริทึมไปสู่การส่งเสริมข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อสังคมมากขึ้น จะเป็นการแสดงพลังของผู้บริโภคที่ทำให้แพลตฟอร์มอาจต้องปรับตัว

Advertisement
Continue Reading
Advertisement