Connect with us

ข่าว

Meta จับมือ สตช. และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ทลายเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ ลบบัญชีปลอมกว่า 1.4 ล้านรายการ

Published

on

Meta ผนึกกำลังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพันธมิตรเทคโนโลยีระดับโลก ปราบปรามมิจฉาชีพออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหา 63 ราย และลบบัญชีหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – Meta (เมตา) ประกาศผลการปฏิบัติการร่วมครั้งใหญ่ภายใต้หน่วยปฏิบัติการ “Scam Center Strike Force” ของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา เพื่อสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ อาทิ Microsoft (ไมโครซอฟท์), Coinbase (คอยน์เบส) และ Starlink (สตาร์ลิงก์) ปฏิบัติการดังกล่าวสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 63 ราย ลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับการหลอกลวงบน Facebook (เฟซบุ๊ก) และ Instagram (อินสตาแกรม) มากกว่า 1.4 ล้านรายการ รวมถึงอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ากว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

ปฏิบัติการร่วมในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยมี ศูนย์ปฏิบัติการ “Scam Center Strike Force” นำโดย จีนีน พีร์โร อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตโคลัมเบีย เป็นผู้ประสานความร่วมมือระหว่าง Meta, Microsoft, Coinbase, Starlink และ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากสหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย แคนาดา และนิวซีแลนด์ ผ่านการทำงานร่วมกันในกรุงเทพมหานครและกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มุ่งเป้าไปที่เครือข่ายอาชญากรรมที่อยู่เบื้องหลังการหลอกลวงด้านการลงทุน การหลอกให้รัก หรือ Romance Scam และการฉ้อโกงออนไลน์ในรูปแบบอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

สำหรับผลการดำเนินงานที่สำคัญประกอบด้วย Meta ได้ปิดการใช้งานบัญชี เพจ และกลุ่มบน Facebook และ Instagram ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ ขณะที่ Microsoft ระงับบัญชีฉ้อโกงประมาณ 20,000 บัญชี ทางด้านการบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงจำนวน 63 ราย นอกจากนี้ Coinbase ได้ทำการอายัดสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม และ Starlink ได้ยุติการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ Starlink หลายพันชุดที่ถูกระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับการใช้งานที่ผิดกฎหมาย พร้อมทั้งมีการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองเพื่อระบุสถานที่และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่เพื่อส่งต่อให้หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ กล่าวว่า “นี่เป็นปฏิบัติการร่วมครั้งที่สามของเรากับ Meta และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายภาคส่วน และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรมในการสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ข้ามชาติ การฉ้อโกงออนไลน์ข้ามชาติไม่สามารถแก้ไขได้โดยหน่วยงานหรือประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง ดังนั้น ความร่วมมือที่เข้มแข็งและการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองอย่างทันท่วงทีจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการรื้อถอนเครือข่ายเหล่านี้และปกป้องประชาชน”

Advertisement

ด้าน คริส ซอนเดอร์บี รองประธานและรองที่ปรึกษากฎหมายทั่วไป Meta กล่าวว่า “การปกป้องผู้คนทั่วโลกจากการหลอกลวงถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญสูงสุดของเรา ปฏิบัติการร่วมครั้งนี้ ซึ่งนำไปสู่การลบบัญชีกว่า 1 ล้านบัญชี การอายัดทรัพย์สิน และการจับกุมผู้ต้องสงสัยมากกว่า 60 ราย แสดงให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือในการต่อสู้กับมิจฉาชีพ เราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ FBI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ในการต่อสู้กับศูนย์ปฏิบัติการหลอกลวงที่ตั้งอยู่ในเอเชียจากต้นตอของปัญหา”

ขณะที่ สตีเวน มาซาดา หัวหน้าฝ่ายหน่วยงานอาชญากรรมดิจิทัลระดับโลก Microsoft ระบุว่า ปฏิบัติการลักษณะนี้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เกิดขึ้นเมื่อบริษัทเทคโนโลยีและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทำงานเคียงข้างกัน เนื่องจากเครือข่ายมิจฉาชีพดำเนินงานข้ามแพลตฟอร์มและข้ามพรมแดน ทางด้าน เจฟฟ์ ลุงล์โฮเฟอร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัยของ Coinbase กล่าวว่า “เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางการเงิน แตกต่างจากระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่ผู้กระทำผิดอาจซ่อนร่องรอยได้ แต่ธุรกรรมบนบล็อกเชนมีความโปร่งใสและไม่สามารถแก้ไขย้อนหลังได้ ทุกธุรกรรมทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ความโปร่งใสดังกล่าวทำให้เราสามารถทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการติดตาม อายัด และสกัดกั้นเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้ได้”

ส่วน ลอเรน เดรเยอร์ รองประธานฝ่ายปฏิบัติการธุรกิจ Starlink ของ SpaceX (สเปซเอ็กซ์) กล่าวปิดท้ายว่า ความเสี่ยงจากการถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดย่อมมีอยู่เสมอ โดย Starlink มีนโยบายไม่ยอมรับการใช้งานในทางที่ผิด และทำการตรวจจับพร้อมปิดการใช้งานอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมผิดกฎหมายเชิงรุก ซึ่งนโยบายการใช้งานที่เหมาะสมมีการห้ามการฉ้อโกงและการแสวงหาประโยชน์ทางอาชญากรรมอย่างเคร่งครัด โดยจะยังคงสนับสนุนความพยายามระดับโลกในการต่อต้านการหลอกลวงร่วมกับพันธมิตรทุกภาคส่วนต่อไป

Advertisement
Continue Reading
Advertisement