Connect with us

ข่าว

SAAB เสนอแนวคิดป้องกันภัยทางอากาศแบบหลายชั้น รับมือภัยคุกคามโดรนอย่างยั่งยืนในไทย

Published

on

ซาบ (Saab) นำเสนอโซลูชันต่อต้านโดรน (counter-UAS) แบบบูรณาการ ชี้ความสำคัญของแนวทางป้องกันหลายชั้น เพื่อความยืดหยุ่นและคุ้มค่าในการป้องกันประเทศของกองทัพไทย

สำนักข่าวบริคอินโฟ – การเพิ่มขึ้นของ ระบบอากาศยานไร้คนขับ (Uncrewed Aerial Systems: UAS) หรือ โดรน (Drone) กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนรูปแบบภัยคุกคามทั้งในมิติการทหารและภาคพลเรือน ส่งผลให้ความต้องการโซลูชัน ต่อต้านโดรน (counter-UAS) ที่มีประสิทธิภาพและยืดหยุ่นสูงกลายเป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันประเทศในปัจจุบัน โดย ซาบ (Saab) ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงของ กองทัพไทย มายาวนานกว่า 40 ปี เล็งเห็นถึงความจำเป็นในการใช้แนวทางป้องกันแบบบูรณาการเพื่อแก้ปัญหา “สมการของโดรน” (Drone Equation) ที่เน้นความสมดุลระหว่างประสิทธิภาพและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า

ปัจจุบันเทคโนโลยีโดรนเข้าถึงได้ง่ายและมีขีดความสามารถสูงขึ้น โดยสามารถปฏิบัติการได้ทั้งในระดับความสูงที่แตกต่างกัน ความเร็วที่หลากหลาย และยากต่อการตรวจจับ ไม่ว่าจะเป็นการบินปฏิบัติการเดี่ยวหรือแบบฝูงบิน ความหลากหลายนี้ทำให้ระบบป้องกันรูปแบบเดี่ยวไม่เพียงพอต่อการรับมืออีกต่อไป แต่จำเป็นต้องใช้แนวทางแบบหลายชั้น (Multi-layered approach) ตั้งแต่การตรวจจับ การระบุเป้าหมาย ไปจนถึงการรบกวนหรือทำลาย เพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ ซาบ (Saab) ให้ความสำคัญคือความเหมาะสมในเชิงปฏิบัติและลอจิสติกส์ เนื่องจากในปัจจุบันมีการนำระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีราคาสูงมาใช้จัดการกับโดรนต้นทุนต่ำ ซึ่งอาจส่งผลเสียในระยะยาว ดังนั้นการบูรณาการระบบที่ชาญฉลาดจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของเซ็นเซอร์ เรดาร์ (Radar) และ ระบบตรวจจับด้วยแสง (Electro-optical) ผ่านระบบบัญชาการและควบคุม เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่แม่นยำ

คุณเฟรดริก ลินด์บลูม (Fredrik Lindblom) รองประธานและผู้จัดการประจำประเทศ ซาบ ประเทศไทย (Saab Thailand) ระบุว่า “ประเทศไทยได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งด้านระบบเฝ้าระวังทางอากาศ รวมถึงระบบบัญชาการและควบคุมไว้เป็นอย่างดี โอกาสสำคัญในวันนี้คือการต่อยอดจากรากฐานดังกล่าว ด้วยโซลูชันที่มีความยืดหยุ่น และเชื่อมโยงการทำงานทั้งหมดร่วมกันเพื่อรองรับภัยคุกคามทางอากาศในหลากหลายรูปแบบได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนยิ่งขึ้น”

ในส่วนของรูปแบบการตอบสนอง สงครามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Warfare) ถือเป็นทางเลือกที่มีความยืดหยุ่นสูงในการรบกวนสัญญาณโดรนและสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ โดยจะทำงานร่วมกับการตอบสนองเชิงกายภาพแบบแม่นยำในกรณีที่มีข้อจำกัด ซึ่งแนวคิดนี้ได้รับการพิสูจน์แล้วผ่านการพัฒนาระบบ Loke ในประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นระบบต่อต้านโดรนแบบโมดูลาร์ที่สามารถเคลื่อนย้ายและปรับใช้งานได้รวดเร็วตามความเหมาะสมของพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทางยุทธวิธีหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ

Advertisement

“ระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบันคือเรื่องของความสมดุล ทั้งนี้หัวใจสำคัญอยู่ที่การผสานขีดความสามารถที่หลากหลายเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถเลือกใช้แนวทางการตอบสนองที่เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์ แทนการพึ่งพาเพียงโซลูชันรูปแบบเดียว” คุณเฟรดริก กล่าวเสริมถึงความสำคัญของการเลือกใช้เครื่องมือให้สอดคล้องกับระดับภัยคุกคาม

ท้ายที่สุดแนวทางที่สมดุลจะช่วยให้ ประเทศไทย สามารถบริหารจัดการทรัพยากรด้านการป้องกันประเทศได้อย่างคุ้มค่า ควบคู่ไปกับการรักษาความมั่นคงในภาพรวม โดยการต่อยอดจากเทคโนโลยีที่ผ่านการพิสูจน์แล้วจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการตอบสนองต่อภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อมุ่งสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันที่แข็งแกร่งและโดดเด่นในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

Advertisement
Continue Reading
Advertisement