Connect with us

การเมือง

ศุภมาส ลุยตรวจโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า บังคับติดฉลากระบุมาตรฐานระยะทางวิ่ง ป้องกันผู้บริโภคสับสน

Published

on

ฐมนตรีศุภมาส ลงพื้นที่ตรวจโชว์รูมรถยนต์ไฟฟ้า BYD และ OMODA & JAECOO กำชับติดฉลากระบุมาตรฐานระยะทางวิ่ง EPA WLTP NEDC CLTC ให้ชัดเจน ฝ่าฝืนมีโทษคุก 6 เดือน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจสอบการแสดง ฉลากรถยนต์ไฟฟ้า หรือ รถ EV ณ โชว์รูมย่านลาดพร้าว เพื่อกำชับผู้ประกอบการให้ระบุข้อมูลทางเทคนิคโดยเฉพาะ มาตรฐานการทดสอบระยะทางวิ่ง ให้ชัดเจน หลังพบสถิติการร้องทุกข์จากปัญหาการใช้งานและราคาที่ผันผวนสูงถึง 1,348 ราย โดยเน้นย้ำว่าหากพบการฝ่าฝืนไม่ติดฉลากตามกฎหมาย มีโทษสูงสุดจำคุก 6 เดือน หรือปรับ 1 แสนบาท เพื่อสร้างมาตรฐานความโปร่งใสในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย

นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. (OCPB) นำคณะร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบโชว์รูม บีวายดี (BYD) และ โอโมดา แอนด์ เจคู (OMODA & JAECOO) เพื่อติดตามการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยฉลากสินค้า โดยการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการขยายผลจากการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการและ สภาองค์กรของผู้บริโภค เพื่อแก้ไขปัญหาหลัก 3 ประการ คือ การชำรุด การถูกลอยแพ และราคาจำหน่ายที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อรถยนต์ในปัจจุบัน

ในการตรวจสอบครั้งนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ระบุถึงความสำคัญของฉลากว่าเป็นเครื่องมือแรกที่ผู้บริโภคใช้ตัดสินใจ โดยกล่าวว่า “ดิฉันได้กำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค 3 ประการสำคัญ ประการแรก รถยนต์ไฟฟ้าเป็นสินค้าควบคุมฉลาก ต้องแสดงข้อความให้เห็นชัดเจนครบทุกรายการ ทั้งชื่อรุ่น รายละเอียดแบตเตอรี่ และเงื่อนไขการรับประกัน ประการที่สอง คือการโฆษณา ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จ ซึ่งผู้ขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าอ้างอิงมาตรฐานใด ไม่ว่าจะเป็น EPA, WLTP, NEDC หรือ CLTC พร้อมระบุเงื่อนไขการทดสอบ เช่น ความเร็วหรืออุณหภูมิ และประการสุดท้ายคือการใช้แบบสัญญาจองรถยนต์ตามมาตรฐานที่ สคบ. กำหนด”

สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้องนั้น รถยนต์ไฟฟ้า ถูกประกาศให้เป็น สินค้าควบคุมฉลาก ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยฉลากเมื่อปี 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้ภายใต้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจต้องแสดงข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน หากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 52 โดยผลจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้ประกอบการแบรนด์รถยนต์รายใหญ่ยังคงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

นางสาวศุภมาส ยังได้ฝากข้อความถึงกลุ่มผู้ผลิตและประชาชนทั่วไปว่า “ฉลากสินค้าไม่ใช่เพียงป้ายติดรถ แต่คือคำสัญญาที่ให้ไว้กับผู้บริโภค ขอให้แสดงข้อมูลเที่ยงตรง ไม่เกินจริง โดยเฉพาะระยะทางวิ่ง อย่าให้ผู้บริโภคต้องผิดหวังเมื่อนำไปใช้งานจริง สำหรับประชาชนขอให้ใช้ฉลากเป็นเครื่องมือตรวจสอบ อ่านสัญญาจองให้ละเอียด และเก็บหลักฐานโบรชัวร์ไว้ทั้งหมด หากพบข้อมูลไม่ตรงตามจริงสามารถร้องเรียนมาที่ สคบ. ได้ทันที”

Advertisement

ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายสามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้ผ่านสายด่วน 1166 หรือช่องทางออนไลน์ของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค รวมถึงแอปพลิเคชัน ทางรัฐ และศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ เพื่อให้ได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม

Continue Reading
Advertisement