ข่าว
“พิพัฒน์” สั่งเดินหน้า Quick-Win ยกระดับ AOT ทุ่มงบขยายสนามบิน-ติดตั้งระบบความปลอดภัย AI
สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายแก่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เร่งขับเคลื่อนโครงการสำคัญภายใต้กลยุทธ์ Quick-Win เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและยกระดับการให้บริการสู่มาตรฐานสากล โดยเน้นการนำเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง ระบบต่อต้านโดรน (Anti-Drone) และการวิเคราะห์ด้วย AI มาใช้ พร้อมเร่งแผนขยายท่าอากาศยานหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับเป้าหมายผู้โดยสาร 180 ล้านคนต่อปีภายในปี 2577
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมขานรับนโยบายรัฐบาลในการวางรากฐานความสามารถการแข่งขันระดับสากล โดยสั่งการให้ AOT บูรณาการระบบขนส่งทางอากาศให้ทันสมัยและปลอดภัย ซึ่งโครงการเร่งด่วนที่ต้องทำให้เห็นผลโดยเร็วประกอบด้วย การติดตั้งเทคโนโลยีตรวจจับอากาศยานไร้คนขับและระบบป้องกันอันตรายจากนก การเร่งประมูลหาผู้ประกอบการลานจอด อุปกรณ์ภาคพื้น และคลังสินค้า รายที่ 2 ใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Suvarnabhumi Airport) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ยังกำชับให้เร่งนำเสนอโครงการต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อขออนุมัติการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ของสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงการพัฒนา ท่าอากาศยานดอนเมือง (Don Mueang International Airport) ระยะที่ 3 และการขยายศักยภาพท่าอากาศยานในส่วนภูมิภาคทั้งเชียงใหม่และภูเก็ต พร้อมสั่งการให้ศึกษาความคุ้มค่าของการก่อสร้าง ท่าอากาศยานอันดามัน และ ท่าอากาศยานล้านนา เพื่อเป็นช่องทางเสริมในการระบายความหนาแน่นของการจราจรทางอากาศในอนาคต
ทางด้าน นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT ระบุว่า “บริษัทพร้อมผลักดันให้ท่าอากาศยานไทยเป็นศูนย์กลางการบินระดับโลก โดยมีเป้าหมายขยายขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารให้ได้ตามแผนแม่บท ซึ่งในส่วนของโครงการผู้ประกอบการรายที่ 2 และ 3 สำหรับบริการภาคพื้นและคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น คาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2570 เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สะดวกรวดเร็วและน่าประทับใจยิ่งขึ้น”

สำหรับการรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานไทย เตรียมร่วมมือกับสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อนำระบบ Anti-Drone ที่ทำงานด้วยระบบ AI มาใช้ในการวิเคราะห์และประเมินภัยคุกคามรอบพื้นที่สนามบินทั้งระยะใกล้และไกล รวมถึงการใช้เทคโนโลยีแจ้งเตือนและขับไล่สัตว์อันตรายเพื่อลดความเสี่ยงอุบัติเหตุทางอากาศ โดยการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) และมาตรฐานของ องค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
