ข่าว
ไปรษณีย์ไทย กางกลยุทธ์ 3 หน้า หนุนฤดูกาลผลไม้ไทย ชูบริการ EMS ส่งด่วนระบายผลผลิตทั่วประเทศ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ Thailand Post ประกาศมาตรการรองรับฤดูกาลผลไม้ไทย โดยเฉพาะช่วง “หน้าทุเรียน” และผลไม้ฤดูร้อน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก “หน้าสวน-หน้าที่ทำการ-หน้าบ้าน” เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพใน ระบบขนส่งผลไม้ และช่วยเกษตรกรระบายผลผลิตสู่ผู้บริโภคทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยใช้บริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ เป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญ พร้อมร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรจัดทำโปรโมชันอัตราค่าบริการพิเศษเพื่อลดต้นทุนให้ผู้ประกอบการ
ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้ไปรษณีย์ไทยได้ยกระดับการดำเนินงานสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการจำหน่ายและขนส่งผลไม้ เพื่อป้องกันปัญหาผลผลิตล้นตลาดในช่วงที่ผลผลิตออกพร้อมกันจำนวนมาก โดยวางกลยุทธ์ครอบคลุมตลอดเส้นทาง เริ่มจาก “หน้าสวน” ที่จัดทีมเข้าไปรับสินค้าถึงแหล่งผลิตและช่วยดูแลด้านการแพ็กโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เพื่อลดระยะเวลาการนำสินค้าเข้าสู่ระบบขนส่ง
ย่อหน้าต่อมาเน้นไปที่การบริหารจัดการที่จุดรับฝากหรือ “หน้าที่ทำการ” ซึ่งมีความพร้อมในการคัดแยกและรองรับปริมาณงานจำนวนมากด้วยระบบพาเลต (Pallet) เพื่อความรวดเร็วในการเคลื่อนย้ายและลดการตกค้างของสินค้า และสุดท้ายคือกลยุทธ์ “หน้าบ้าน” ที่มุ่งเน้นการจัดส่งถึงมือผู้บริโภคอย่างปลอดภัยและรักษาคุณภาพความสดของผลไม้ สอดรับกับพฤติกรรมการสั่งซื้อออนไลน์และสั่งจากสวนโดยตรงที่กำลังเติบโต
“ไปรษณีย์ไทยวางบริการ EMS ส่งด่วนผลไม้ ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมต่อผลผลิตจากต้นทางสู่ปลายทาง โดยนอกจากทุเรียนที่เป็นผลผลิตหลักแล้ว ยังให้ความสำคัญกับผลไม้ชนิดอื่น เช่น มังคุด ลองกอง และเงาะ ซึ่งเป็นกลุ่มผลไม้เปลือกบางที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เราจึงใช้แนวทาง Parcel Defined Logistics ที่ปรับแต่งรูปแบบการขนส่งให้เหมาะสมกับพัสดุแต่ละประเภท ตั้งแต่การแนะนำบรรจุภัณฑ์ไปจนถึงการเลือกเส้นทางที่สั้นที่สุดเพื่อลดความเสียหาย” ดร.ดนันท์ กล่าว
นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทย ยังได้ประสานความร่วมมือกับ กรมการค้าภายใน ในโครงการ “กล่องผลไม้ DIT” เพื่อสนับสนุนกล่องและตะกร้าผลไม้จำนวนกว่า 3 แสนชุด รวมถึงร่วมกับ สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. (BAAC) มอบสิทธิพิเศษค่าบริการขนส่งเริ่มต้นที่ 45-48 บาท สำหรับน้ำหนัก 3 กิโลกรัม และมีบริการขนส่งแบบเหมาพาเลต Rollpallet ราคาเริ่มต้น 800 บาท รองรับน้ำหนักสูงสุด 200 กิโลกรัม เพื่อเป็นทางเลือกในการกระจายสินค้าปริมาณมากอย่างมีประสิทธิภาพ
