Connect with us

การเมือง

รัฐบาลกางแผน 5 มาตรการขับเคลื่อนเศรษฐกิจปี 2569 เร่งปิดดีล FTA 3 ฉบับรวดตั้งเป้าสรุปภายในปีนี้

Published

on

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Council) ครั้งที่ 2/2569 มีมติยกเลิก MOU 2544 ชี้ตลอด 25 ปีเจรจาไร้ความคืบหน้า เตรียมวางกรอบใหม่กับกัมพูชา เน้นตกลงเขตแดนก่อนพัฒนาทรัพยากรร่วมกัน

สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐบาลเดินหน้าแผนรับมือความท้าทายเศรษฐกิจโลกปี 2569 เตรียมเปิดใช้มาตรการบรรเทาค่าครองชีพผ่านโครงการ คนละครึ่ง ในช่วงเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมมอบหมายกระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อน 5 มาตรการหลักเพื่อดูแลประชาชนและกลุ่ม SMEs ครอบคลุมทั้งการลดราคาสินค้า การยกระดับเกษตรกรไทย และการเร่งเจรจาเขตการค้าเสรีหรือ FTA กับคู่ค้าสำคัญอย่างสหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และแคนาดา ให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระยะยาว

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานว่า รัฐบาลมุ่งเน้นการดูแลประชาชนและผู้ประกอบการทุกระดับให้ผ่านพ้นช่วงความผันผวนของเศรษฐกิจ โดยมี 5 มาตรการสำคัญที่ประชาชนจะได้รับประโยชน์โดยตรง เริ่มจากการลดค่าครองชีพผ่านโครงการ ไทยช่วยไทย ที่รวบรวมสินค้าจำเป็นกว่า 3,000 รายการมาลดราคาผ่านเครือข่ายค้าปลีก รวมถึงการช่วยเหลือเกษตรกรผ่านโครงการ ปุ๋ยธงเขียวพลัส และ ปุ๋ยคนละครึ่ง เพื่อลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างเป็นระบบ

ในส่วนของภาคการเกษตรและวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรผ่านการแปรรูป การส่งเสริม ล้งชุมชน และการผลักดันสินค้าที่ได้รับสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์หรือ GI สู่ตลาดสากล ขณะเดียวกันได้วางแผนเสริมความแข็งแกร่งให้แก่ SMEs ด้วยการพัฒนาทักษะการแข่งขัน ป้องกันการทะลักเข้าของสินค้านำเข้า และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ รวมถึงการยกระดับเทคโนโลยีและปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น

ด้านการค้าระหว่างประเทศ รัฐบาลมีเป้าหมายสร้างสมดุลการส่งออกและกระจายความเสี่ยงโดยการลดการพึ่งพาตลาดหลักและขยายสู่ตลาดใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งเจรจาข้อตกลง FTA สำคัญ ได้แก่ ไทย–สหภาพยุโรป (Thai-EU FTA) ไทย–เกาหลีใต้ (Thai-Korea FTA) และ อาเซียน–แคนาดา (ASEAN-Canada FTA) โดยตั้งเป้าหมายที่จะปิดการเจรจาให้ได้ภายในปี 2569 นี้ นอกจากนี้ยังมีข้อตกลงที่ลงนามไปแล้วอย่าง ไทย–เอฟตา (Thai-EFTA) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มกราคม 2570 และ ไทย–ศรีลังกา (Thai-Sri Lanka FTA) ที่กำลังดำเนินการเพื่อให้มีผลบังคับใช้ในลำดับต่อไป

Advertisement

สถิติในปี 2568 ระบุว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการค้ากับกลุ่มประเทศคู่ค้า FTA ทั้ง 18 ประเทศ สูงถึง 404,963 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 59.2 ของมูลค่าการค้าทั้งหมดของประเทศ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเขตการค้าเสรีในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ โดยนางสาวรัชดา ระบุว่า “ทั้ง 5 มาตรการเชื่อมโยงกัน ตั้งแต่ลดภาระประชาชน ยกระดับการผลิต เสริมศักยภาพผู้ประกอบการ ไปจนถึงการขยายตลาดผ่าน FTA เพื่อสร้างเศรษฐกิจไทยที่เข้มแข็ง และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว”

Continue Reading
Advertisement