การเมือง
ครม. เคาะมาตรการลดใช้พลังงานภาครัฐ รับมือวิกฤตราคาน้ำมันโลกผันผวน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะรัฐมนตรีรับทราบแนวทาง มาตรการลดการใช้พลังงานในหน่วยงานภาครัฐ ตามการเสนอของ กระทรวงพลังงาน (Ministry of Energy) เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ ราคาพลังงานโลก ที่มีความผันผวนจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง โดยมุ่งเน้นการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพภายในองค์กรภาครัฐ เพื่อลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน พร้อมตั้งเป้าลดการใช้ไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงลงร้อยละ 5
นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งผลิตและขนส่งพลังงานสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มผันผวนต่อเนื่อง รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการพลังงานอย่างใกล้ชิด โดย กระทรวงพลังงาน ได้จัดตั้ง ศูนย์ Energy ICS เพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมมาตรการรองรับกรณีเกิดผลกระทบต่อการจัดหาพลังงานของประเทศ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ย 124 ล้านลิตรต่อวัน และมี ปริมาณน้ำมันสำรอง รวมประมาณ 8,054 ล้านลิตร ซึ่งสามารถรองรับการใช้งานได้ในระดับหนึ่ง
สำหรับมาตรการในหน่วยงานภาครัฐที่นำเสนอในครั้งนี้ เน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อเป็นแบบอย่าง อาทิ การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศให้อยู่ที่ 26-27 องศาเซลเซียส การรณรงค์สวมเสื้อแขนสั้นแทนการใส่สูทผูกไทในวันปฏิบัติงานปกติ ยกเว้นงานพิธีการ รวมถึงการลดใช้ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นในอาคารสำนักงาน การใช้ระบบ Energy Saver สำหรับคอมพิวเตอร์ และส่งเสริมการใช้บันไดแทนลิฟต์ในระยะใกล้ นอกจากนี้ยังครอบคลุมถึงการลดใช้กระดาษโดยเปลี่ยนมาใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และการประชุมผ่านระบบออนไลน์หรือ Work from Home ตามความเหมาะสม
ในส่วนของ น้ำมันเชื้อเพลิง รัฐบาลสนับสนุนการตรวจสภาพรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ การใช้ความเร็วที่เหมาะสม และการใช้รถร่วมกันหรือ Car Pool รวมถึงการวางแผนการเดินทางเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ กรมประชาสัมพันธ์ (PRD) ประสานความร่วมมือกับสื่อทุกช่องทางเพื่อรณรงค์การประหยัดพลังงานในทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงในช่วงสถานการณ์วิกฤตนี้
นางสาวอัยรินทร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากสถานการณ์ทวีความรุนแรงจนกระทั่งส่งผลกระทบต่อการจัดหาพลังงาน อาจมีการเสนอมาตรการบังคับเพิ่มเติม อาทิ “การให้งดใช้ไฟฟ้าเพื่อโฆษณาป้ายสินค้าหรือบริการ ป้ายชื่อร้าน ป้ายโรงภาพยนตร์ ตั้งแต่เวลา 22:00 น. เป็นต้นไป รวมถึงการกำหนดระยะเวลาเปิด-ปิดสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกินเวลา 22:00 น. โดยยกเว้นสถานีบนทางหลวงหลัก”
ทั้งนี้ หากมาตรการดังกล่าวสามารถลดการใช้น้ำมันลงได้ร้อยละ 5 จะช่วยลดการใช้ได้ประมาณ 3.3 แสนลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าราว 10.45 ล้านบาท และหากลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 5 จะประหยัดไฟฟ้าได้ประมาณ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน ซึ่งนอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายภาครัฐแล้ว ยังเป็นการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาวอีกด้วย
