Connect with us

ข่าว

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังมีชีวิตอยู่ หลังเหตุโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล

Published

on

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่านประณาม สหรัฐฯ และ อิสราเอล หลังเปิดฉากโจมตีเมืองสำคัญและโครงสร้างพื้นฐาน ยันเป็นสิทธิชอบธรรมในการตอบโต้ผู้รุกราน

28 มี.ค. 69/23.03 น., สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายอับบาส อารักชี (Abbas Araghchi) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน (Iran) ให้สัมภาษณ์ยืนยันสถานะของผู้นำสูงสุดอย่าง อยาตุลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี (Ayatollah Seyyed Ali Khamenei) ว่ายังมีชีวิตอยู่ภายหลังเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกา (USA) และอิสราเอล (Israel) เปิดฉากโจมตีทางอากาศในกรุงเตหะราน โดยระบุว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงส่วนใหญ่ยังคงปลอดภัยดี แม้จะยอมรับว่ามีการสูญเสียผู้บัญชาการระดับสูงบางรายไปบ้าง แต่ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารงานในภาพรวม

นายอารักชีได้ให้สัมภาษณ์สดผ่านทาง NBC โดยระบุว่า “เท่าที่ผมทราบ ผู้นำสูงสุดยังมีชีวิตอยู่ เจ้าหน้าที่เกือบทั้งหมดปลอดภัยและยังมีชีวิตอยู่ เราอาจสูญเสียผู้บัญชาการไปหนึ่งหรือสองคน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่” ซึ่งคำแถลงนี้มีขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวลือและความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับผลกระทบจากการโจมตี

โดยแหล่งข่าวจากฝั่งอิสราเอลระบุกับทาง CNN ว่าแม้จะมีการประเมินในเชิงบวกต่อปฏิบัติการดังกล่าว แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตจริงตามที่มีกระแสข่าวก่อนหน้า

นอกจากประเด็นเรื่องสวัสดิภาพของผู้นำแล้ว รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังเปิดเผยว่าได้มีการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านในแถบอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf) เพื่อสร้างความมั่นใจว่าอิหร่านไม่มีเจตนาที่จะโจมตีประเทศเหล่านั้น แต่เป้าหมายหลักในการป้องกันตนเองคือฐานทัพของสหรัฐฯ โดยนายอารักชีได้วิพากษ์วิจารณ์ฝ่ายสหรัฐฯ อย่างรุนแรงที่เลือกใช้ปฏิบัติการทางทหาร ทั้งที่เพิ่งเสร็จสิ้นการเจรจารอบที่ 3 ณ กรุงเจนีวา (Geneva) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการย้อนแย้งต่อแนวทางการทูตที่กำลังดำเนินอยู่

Advertisement

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ นายอารักชีเน้นย้ำว่าอิหร่านมีความสนใจที่จะลดระดับความตึงเครียดของสถานการณ์ลง โดยระบุทิ้งท้ายถึงช่องทางการสื่อสารระหว่างสองประเทศว่า “ตอนนี้ยังไม่มีการติดต่อสื่อสารกัน แต่หากอเมริกาต้องการจะพูดคุยกับเรา พวกเขารู้ดีว่าจะสามารถติดต่อผมได้อย่างไร” ซึ่งเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าอิหร่านยังคงเปิดช่องว่างสำหรับการเจรจาในอนาคต แม้จะเกิดเหตุปะทะกันอย่างรุนแรงก็ตาม

Continue Reading
Advertisement