Connect with us

ข่าว

BEM ประสบความสำเร็จออกหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน 8,000 ล้านบาท พร้อมเผยกำไรปี 2568 แตะ 3,781 ล้านบาท

Published

on

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ประกาศความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืน (Sustainability Bond) มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินเป้าหมายถึง 2.6 เท่า สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อสถานะทางการเงินและการเติบโตในระยะยาวของโครงข่ายคมนาคมขนส่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมกันนี้ได้เปิดเผยผลประกอบการประจำปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,781 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้บริการ

สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกัน แบ่งออกเป็น 5 ชุด อายุระหว่าง 3 ถึง 12 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่อยู่ที่ 2.03% – 3.41% ต่อปี โดยได้รับอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด (Fitch Ratings) ที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” ซึ่งมี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (Bank of Ayudhya) หรือ Bay ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนเพียงผู้เดียว โดยเดิมตั้งเป้าไว้ที่ 5,000 ล้านบาท แต่ได้ขยายวงเงินเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท เพื่อตอบรับความต้องการของกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ขอขอบคุณนักลงทุนทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุน ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตของโครงข่ายทางพิเศษและรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นระบบขนส่งหลักของกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท โดยเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้จะนำไปลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำและเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงระบบมวลชนของประชาชน”

ด้านผลการดำเนินงานในปี 2568 BEM มีรายได้รวมจาก 3 กลุ่มธุรกิจหลักเป็นเงิน 16,916 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากธุรกิจทางพิเศษ 8,833 ล้านบาท โดยมีปริมาณจราจรเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน รายได้จากธุรกิจระบบราง 6,906 ล้านบาท ซึ่งมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเป็นโครงการหลักที่สร้างการเติบโตตามจำนวนผู้โดยสาร และรายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์อีก 1,177 ล้านบาท นอกจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้ว บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและบริหารต้นทุนทางการเงินได้อย่างดีเยี่ยม

Advertisement

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568 ในส่วนของช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย – มีนบุรี) งานติดตั้งระบบมีความคืบหน้าแล้วร้อยละ 36 คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 ขณะที่ช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) งานโยธาและระบบมีความคืบหน้าอยู่ที่ร้อยละ 23 นอกจากนี้ บริษัทยังได้ดำเนินการจัดซื้อขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินอีกจำนวน 21 ขบวน มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวของผู้โดยสารในอนาคต

Continue Reading
Advertisement