Connect with us

ข่าว

กกพ. ยันสถานการณ์ตะวันออกกลางยังไม่กระทบนำเข้า LNG พร้อมกางแผนสำรองรับมือวิกฤตพลังงานช่วงฤดูร้อน

Published

on

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, Energy Regulatory Commission, ERC, กกพ.

สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน หรือ กกพ. (ERC) เผยผลการติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ยืนยันว่าการจัดหา ก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นไปตามแผนและไม่ได้รับผลกระทบจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) แม้จะมีความตึงเครียดในพื้นที่ แต่ปัจจุบันปริมาณสำรองในประเทศยังอยู่ในระดับสูง พร้อมสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการฉุกเฉินรองรับทุกมิติ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความมั่นคงทางพลังงานในช่วงฤดูร้อนปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง

ดร. พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในฐานะโฆษก กกพ. เปิดเผยว่า จากการประชุมเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์การจัดหา LNG อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคมซึ่งเป็นช่วงที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง โดยได้กำชับให้ผู้ประกอบการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ หรือ Shipper ทุกรายในกลุ่ม Regulated Market รายงานข้อมูลสถานะการส่งมอบและแผนการจัดหาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความผันผวนในตลาดโลกอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานและราคาน้ำมัน

จากการตรวจสอบข้อมูลปัจจุบัน พบว่ามีเรือบรรทุก LNG ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซและถึงประเทศไทยตามสัญญาในเดือนมีนาคมแล้วจำนวน 2 ลำ และยังมีแผนการส่งมอบเพิ่มเติมอีก 5 ลำในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคมนี้ ซึ่งจากการประสานงานร่วมกับ Shipper และผู้ขายยืนยันว่ายังไม่มีเหตุขัดข้องในการส่งมอบแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กกพ. ได้วางแนวทางรองรับกรณีฉุกเฉินหากไม่สามารถรับก๊าซจากประเทศกาตาร์ (Qatar) และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ได้ โดยจะเพิ่มการจัดหาก๊าซทางท่อจากอ่าวไทย แหล่ง JDA และเมียนมา ตามความยืดหยุ่นของสัญญา รวมถึงการจัดหา Spot LNG เพิ่มเติมเพื่อทดแทนส่วนที่ขาดหายไป

ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ.
ดร.พูลพัฒน์ ลีสมบัติไพบูลย์ เลขาธิการสำนักงาน กกพ. ในฐานะโฆษก กกพ.

นอกจากนี้ ยังได้ประสานงานร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. (EGAT) และ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (PTT) ให้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันสำรองของโรงไฟฟ้าและความพร้อมในการส่งน้ำมันเพื่อเดินเครื่องโรงไฟฟ้าในกรณีจำเป็น เพื่อให้ระบบไฟฟ้าของประเทศมีความมั่นคงสูงสุดในช่วงวิกฤตที่อาจเกิดขึ้น

“ประชาชนสามารถมั่นใจได้ว่า ระบบไฟฟ้าและการจัดหาเชื้อเพลิงของประเทศยังมีความมั่นคงเพียงพอรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึง อย่างไรก็ตาม เพื่อช่วยบริหารจัดการพลังงานของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ และลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน สำนักงาน กกพ. ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนร่วมกันใช้ไฟฟ้าอย่างรู้คุณค่า ผ่านแนวทาง 5 ป. ได้แก่ ปลดปลั๊ก ลดการใช้ ปิดไฟ ปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศา และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์เบอร์ 5 รวมถึงการปลูกต้นไม้เพื่อลดอุณหภูมิ ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าเองด้วย” ดร. พูลพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement