ข่าว
ฮุนได กางแผนปี 2569 รุกตลาดอาเซียน ดันไทยฐานผลิต EV พร้อมเดินเครื่องโรงงานไตรมาส 2
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Hyundai Mobility Thailand ประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญในปี 2569 มุ่งเน้นการขยายฐานธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและอาเซียน โดยวางโรดแมปตั้งเป้ายอดขายทั่วโลกแตะ 5.6 ล้านคันภายในปี 2573 พร้อมปรับพอร์ตโฟลิโอเน้นรถยนต์พลังงานทางเลือก xEV และรถยนต์อเนกประสงค์ SUV สอดรับกับแนวคิด Localization ที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงใจผู้บริโภคในแต่ละท้องถิ่น สำหรับในประเทศไทยเตรียมเปิดโรงงานประกอบรถยนต์อย่างเป็นทางการในช่วงปลายไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ เพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าส่งออกสู่ตลาดในประเทศ
ในปี 2568 ที่ผ่านมา ฮุนได (Hyundai) ทำยอดขายรวมทั่วโลกได้ประมาณ 4.2 ล้านคัน โดยสัดส่วนยอดขายในเอเชียแปซิฟิกอยู่ที่ 220,000 คัน หรือคิดเป็น 5% ของยอดขายรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าจะเพิ่มส่วนแบ่งในภูมิภาคนี้ให้กลายเป็น 8% หรือราว 380,000 คัน ภายในปี 2573 ซึ่งคาดการณ์ว่ายอดขายกว่าครึ่งหนึ่งจะมาจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริด ขณะที่รถยนต์สันดาปภายใน (ICE) จะลดสัดส่วนลงเหลือ 48% สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์สมัยใหม่อย่างเต็มตัวตามนโยบายของ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (Hyundai Motor Company)

กลยุทธ์สำคัญที่จะถูกนำมาใช้คือการพัฒนา Software-Defined Vehicles (SDV) ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีซอฟต์แวร์และการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ (Autonomous Driving) เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาดโลก นอกจากนี้ในประเทศไทย ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ตั้งเป้ายอดขายในปี 2569 ไว้ที่ 3,000 คัน โดยจะมีการบริหารจัดการสัดส่วนรถยนต์ให้ครอบคลุมทั้งกลุ่มเครื่องยนต์สันดาป 40% รถยนต์ไฮบริด (HEV) 44% และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 16% ซึ่งไฮไลต์สำคัญคือการเริ่มจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ประกอบขึ้นจากโรงงานในไทย
ด้านการสร้างแบรนด์ ฮุนไดเลือกใช้กลยุทธ์ Sports Marketing ผ่านกีฬาฟุตบอลเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง โดยการสนับสนุนรายการสำคัญอย่าง AFF HYUNDAI Cup และฟุตบอลโลก FIFA World Cup ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับไลฟ์สไตล์และแพชชันของผู้คนในภูมิภาคอาเซียนและระดับสากล ผ่านการทำตลาดเชิงประสบการณ์ที่เตรียมจะเปิดตัวกิจกรรมพิเศษในเร็วๆ นี้

สำหรับการยกระดับบริการ ฮุนไดเตรียมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายหรือ Dealer ให้ครอบคลุมพื้นที่ศักยภาพทั่วประเทศ พร้อมเข้มงวดเรื่องมาตรฐานโชว์รูมและการบริการหลังการขาย (After-Sales) โดยมีแผนจัดกิจกรรมศูนย์บริการเคลื่อนที่ (Service Outreach Activity) มากกว่า 60 ครั้งใน 30 จังหวัด เพื่อดูแลลูกค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีศูนย์บริการอย่างเป็นทางการ ภายใต้มาตรฐานเดียวกับศูนย์บริการหลัก รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานของตัวแทนจำหน่ายผ่านโครงการ Dealer Performance Excellence เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกับพันธมิตรในไทย
