Connect with us

ข่าว

การ์ทเนอร์ชี้ 6 แนวโน้มสำคัญกำหนดอนาคตคลาวด์ถึงปี 2029

Published

on

การ์ทเนอร์ (Gartner) เผย 6 แนวโน้มสำคัญที่จะกำหนดทิศทางการใช้งานคลาวด์ (Cloud) และ AI/ML ในอีก 4 ปีข้างหน้า พร้อมข้อควรระวังและความท้าทายที่องค์กรต้องเผชิญถึงปี 2029

สำนักข่าวบริคอินโฟ – การ์ทเนอร์ (Gartner) เผย 6 แนวโน้มสำคัญที่จะส่งผลต่อการใช้งาน คลาวด์ (Cloud) ในอีก 4 ปีข้างหน้า ประกอบด้วย Cloud Dissatisfaction, AI/Machine Learning (ML), Multicloud, Sustainability, Digital Sovereignty และ Industry Solutions โดยแนวโน้มเหล่านี้จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของคลาวด์จากเพียงแค่เทคโนโลยีสนับสนุน ไปสู่การเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนและสร้างความจำเป็นทางธุรกิจสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ในอนาคต

นาย Joe Rogus ผู้อำนวยการฝ่ายให้คำปรึกษาของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า “แนวโน้มเหล่านี้เป็นตัวเร่งการเปลี่ยนแปลงของวิธีการที่คลาวด์เปลี่ยนผ่านจากตัวช่วยด้านเทคโนโลยีไปเป็นปัจจัยขับเคลื่อน และความจำเป็นทางธุรกิจสำหรับองค์กรส่วนใหญ่ โดยในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ คลาวด์จะยังเดินหน้าปลดล็อกโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ มอบความได้เปรียบทางด้านการแข่งขัน และนำเสนอแนวทางบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ”

แนวโน้มที่ 1: Cloud Dissatisfaction (ความไม่พึงพอใจในการใช้คลาวด์) แม้การใช้งานคลาวด์จะเติบโตต่อเนื่อง แต่ไม่ใช่ทุกองค์กรจะประสบความสำเร็จ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่า 25% ขององค์กรจะเผชิญกับความไม่พึงพอใจจากการใช้งานคลาวด์อย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2028 เนื่องจากความคาดหวังที่ไม่สมเหตุสมผล การนำไปใช้ไม่เหมาะสม หรือปัญหาต้นทุนที่ไม่สามารถควบคุมได้ องค์กรจำเป็นต้องมีกลยุทธ์คลาวด์และแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยองค์กรที่ให้ความสำคัญกับการวางกลยุทธ์ล่วงหน้าจะพบปัญหา Cloud Dissatisfaction ลดลงภายในปี 2029

แนวโน้มที่ 2: ความต้องการเทคโนโลยี AI/ML (ปัญญาประดิษฐ์และแมชชีนเลิร์นนิง) เพิ่มขึ้น ความต้องการเทคโนโลยี AI/ML กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือ Hyperscaler จะเป็นแกนหลักของการเติบโตนี้ การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2029 ครึ่งหนึ่ง (50%) ของทรัพยากรประมวลผลคลาวด์จะถูกใช้ในงาน AI เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่น้อยกว่า 10% นาย Rogus กล่าวเสริมว่า “ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าของปริมาณเวิร์กโหลดบนคลาวด์ที่เกี่ยวกับ AI ในปี 2029 โดยเวลานี้เป็นช่วงที่องค์กรต้องประเมินว่าดาต้าเซ็นเตอร์และกลยุทธ์คลาวด์ของพวกเขาพร้อมรับมือกับการเพิ่มขึ้นของความต้องการ AI & ML หรือไม่ หลายเคสที่อาจต้องนำ AI ไปยังที่ที่ข้อมูลอยู่เพื่อสนับสนุนการเติบโตนี้”

Advertisement

แนวโน้มที่ 3: Multicloud (มัลติคลาวด์) และ Cross Cloud (ครอสคลาวด์) องค์กรที่ใช้สถาปัตยกรรม Multicloud พบความท้าทายในการเชื่อมต่อกับและระหว่างผู้ให้บริการ การขาดความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างสภาพแวดล้อมทำให้การนำคลาวด์ไปใช้ช้าลง การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในปี 2029 มากกว่าครึ่ง (50%) ขององค์กรจะไม่ได้ผลลัพธ์ตามที่คาดหวังจากการใช้งาน Multicloud การ์ทเนอร์แนะนำให้ระบุยูสเคสการใช้งานเฉพาะและวางแผนสำหรับ Distributed Apps และ Distributed Data ที่จะได้รับประโยชน์จากโมเดล Cross-Cloud Deployment เพื่อให้สามารถทำงานร่วมกันได้ทั่วทั้งแพลตฟอร์มคลาวด์ รวมถึงการใช้งานคลาวด์แบบ On-Premise และ Colocation

แนวโน้มที่ 4: Industry Solutions (โซลูชันเฉพาะอุตสาหกรรม) การใช้งานแพลตฟอร์มคลาวด์เฉพาะอุตสาหกรรมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ผู้ให้บริการจำนวนมากขึ้นเสนอโซลูชันที่ตอบสนองผลลัพธ์ทางธุรกิจเฉพาะ และช่วยขยายขนาดโครงการดิจิทัล การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในปี 2029 เกินกว่าครึ่ง (50%) ขององค์กรจะใช้ Industry Cloud Platforms เพื่อเร่งโครงการทางธุรกิจ การ์ทเนอร์ยังแนะนำให้องค์กรนำแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับอุตสาหกรรมมาเป็นกลยุทธ์เพื่อเพิ่มความสามารถใหม่ให้กับผลิตภัณฑ์และบริการไอทีมากกว่าการเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด เพื่อหลีกเลี่ยงหนี้ทางเทคนิค (Technical Debt) และขับเคลื่อนนวัตกรรม

แนวโน้มที่ 5: Digital Sovereignty (อธิปไตยทางดิจิทัล) การนำ AI มาใช้ กฎระเบียบความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังขับเคลื่อนความต้องการใช้บริการ Sovereign Cloud องค์กรจะถูกกำหนดให้ต้องปกป้องข้อมูล โครงสร้างพื้นฐาน และเวิร์กโหลดสำคัญจากการควบคุมโดยเขตอำนาจศาลภายนอกและการเข้าถึงข้อมูลของรัฐบาลต่างประเทศมากขึ้น การ์ทเนอร์คาดการณ์ว่าในปี 2029 เกินกว่า 50% ขององค์กรข้ามประเทศจะมีกลยุทธ์ Digital Sovereign เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่น้อยกว่า 10%

แนวโน้มที่ 6: Sustainability (ความยั่งยืน) ผู้ให้บริการและผู้ใช้งานคลาวด์มีความรับผิดชอบร่วมกันต่อโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่ยั่งยืนมากขึ้น สิ่งนี้ถูกขับเคลื่อนโดยผู้กำกับดูแล นักลงทุน และความต้องการของสาธารณะให้เทคโนโลยีสอดคล้องกับเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเวิร์กโหลด AI ต้องการพลังงานเพิ่มขึ้น องค์กรจึงอยู่ภายใต้แรงกดดันที่ต้องเข้าใจ วัดผล และจัดการผลกระทบด้านความยั่งยืนของเทคโนโลยีคลาวด์ใหม่ๆ การวิจัยของการ์ทเนอร์เผยว่าในปี 2029 มีเปอร์เซ็นต์ขององค์กรทั่วโลกที่จัดลำดับความสำคัญด้านความยั่งยืนไว้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement) เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 50%

Advertisement