ข่าว
รมต.อนุชา สนับสนุนเกษตรกรเชียงรายเลี้ยงโค ผ่านโครงการ “โคล้านครอบครัว” หวังเพิ่มรายได้ให้ครัวเรือน
ผู้สื่อข่าว : ณัฐวัตร ลาพิงค์ ผู้สื่อข่าวเชียงราย
วันนี้ (24 พ.ค.) ที่คอกกลางเครือข่ายโคเนื้อล้านนา บ้านกล้วยใหม่ หมู่ที่ 14 ต.สันมะเค็ด อ.พาน จ.เชียงราย นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เป็นประธานเปิดงาน “สร้างเศรษฐกิจฐานราก สร้างชาติมั่นคง” ภายใต้โครงการเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก เพื่อการพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยมี นายนเรศ รัศมีจันทร์ ประธานเครือข่ายโคเนื้อล้านนา และสมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ หัวหน้าส่วนราชการร่วมให้การต้อนรับ และนำเยี่ยมชม คอกกักกลางเครือข่ายโคเนื้อล้านนา ถือหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จของอาชีพการเลี้ยงโคเนื้อปลอดโรคเพื่อการส่งออก ตามโครงการแซนต์บ๊อซ์เชียงราย ที่มีเป้าหมายที่จะส่งออกโคเนื้อคุณภาพ ส่งไปจำหน่ายยังสาธารณรัฐประชาชนจีน

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการสร้าง และพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงการพัฒนาหมู่บ้าน และชุมชนสู่ความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ ให้มีความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ต้องทำให้เศรษฐกิจฐานรากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศมีการพัฒนาโดยสามารถพึ่งพาตนเองได้ เกิดการหมุนเวียนเศรษฐกิจในชุมชนอย่างเข็มแข็ง ซึ่งรัฐบาลได้ดำเนินการผ่านโครงการ “โคล้านครอบครัว” ที่เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก โดยจะเป็นศูนย์กลางและโครงข่ายการเรียนรู้ เสริมสร้างทักษะและพัฒนาองค์ความรู้ของชุมชน อีกทั้งเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญเพื่อส่งเสริมให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านฯ สามารถเข้าถึงทรัพยากรอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเป็นผู้สนับสนุนสินเชื่อให้กับกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง เปิดโอกาสให้สมาชิกกองทุนฯ กู้ยืมเงินสำหรับซื้อโค 2 ตัว ในวงเงินครัวเรือนละ 50,000 บาท ปลอดดอกเบี้ย 4 ปี

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันนี้ การผลิตเนื้อโค และผลิตภัณฑ์ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ในอนาคตคาดว่าจะมีการบริโภคจะเพิ่มขึ้น โดยหลังจากที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ธุรกิจภาคบริการ การท่องเที่ยว ร้านอาหารกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ มีความต้องการบริโภคเนื้อโคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศจีน เวียดนามมีความต้องการนำเข้าโคมีชีวิตสูงขึ้น สิ่งสำคัญเกษตรกรผู้เลี้ยงโคต้องศึกษาตลาด ทำความเข้าใจกลุ่มผู้บริโภคให้ถ่องแท้ เพราะผู้บริโภคแต่ละกลุ่มต้องการคุณภาพเนื้อโคที่แตกต่างกัน ซึ่งมาจากสายพันธุ์วัวที่แตกต่างกันด้วยเช่นกัน หรืออาจศึกษาจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคที่ประสบความสำเร็จแล้ว จากนั้นนำองค์ความรู้ที่ได้มาพัฒนาเป็นแนวทางในการเลี้ยงโคจะดีที่สุด นอกจากนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโค ยังสามารถพัฒนาต่อยอดจากการเลี้ยงวัวเศรษฐกิจเพื่อขาย สู่การพัฒนายกระดับกลายเป็นเลี้ยงวัวอุตสาหกรรมได้ ด้วยการยกระดับผลผลิตภาคการเกษตร พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพ สร้างคุณค่า สร้างอัตลักษณ์าของสินค้าและผลิตภัณฑ์ รวมถึงการพัฒนาช่องทางการค้าเพิ่มขึ้น ด้วยการสร้างช่องทางการตลาดใหม่ ๆ อาทิ การตลาดออนไลน์ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่และผู้บริโภคที่หลากหลายมากขึ้น เพียงเท่านี้สามารถยกระดับฐานะกลายเป็นผู้ประกอบการฐานรากที่มีความเข้มแข็ง มีโอกาสความเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไม่สิ้นสุด ส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นได้โดยไม่ต้องให้ลูกหลานไปทำงานต่างถิ่นอีกต่อไป.
