Connect with us

ข่าว

สทป. โชว์ทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย ร่วมมือ KHT Firearms พัฒนา ตั้งเป้าลดนำเข้าปืนต่างชาติ

Published

on

DTI7

เนื่องด้วยสภาพแวดล้อมและภัยคุกคามในปัจจุบัน ยุทโธปกรณ์สำหรับกำลังรบระดับบุคคลและอาวุธประจำกายต่าง ๆ ยังมีความจำเป็นในการใช้งานมาก โดยเฉพาะปืนเล็ก (ปล.) ถือเป็นอาวุธประจำกายขั้นมูลฐานสำหรับกำลังพลในหน่วยงานความมั่นคงที่มีความต้องการเป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยได้มีการจัดหายุทโธปกรณ์ดังกล่าวและชิ้นส่วนซ่อมบำรุงที่จำเป็นจากต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง เป็นผลให้เงินงบประมาณส่วนนี้ไม่สามารถสร้างผลผลิตทางอุตสาหกรรม การหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ และตลาดแรงงานในประเทศได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  อีกทั้งการจัดซื้อจากต่างประเทศยังมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่หน่วยงานไม่สามารถกำหนดรายละเอียดความต้องการได้โดยสมบูรณ์ เพราะขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของยุทโธปกรณ์ที่ผู้ผลิตต่างชาติออกแบบไว้ให้เป็นทางเลือกเท่านั้น

พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย จากความร่วมมือกับ KHT Firearms ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 14 (ชลบุรี/ประเทศไทย – 2 ก.พ.64 – Brickinfo Media)

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ดำเนินงานตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 มีภารกิจในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตั้งแต่ระดับการวิจัยพัฒนาจนถึงการร่วมดำเนินการเชิงพาณิชย์กับผู้เกี่ยวข้อง โดยระหว่างปี พ.ศ. 2561-2562 สทป. ได้ร่วมกับภาคเอกชนในประเทศ ทำการวิจัยพัฒนาต้นแบบปืนเล็ก เพื่อใช้ในการวิจัยพัฒนาโครงการระบบจำลองยุทธ์ และได้เล็งเห็นถึงความเป็นไปได้ในการพัฒนาสู่ระดับอุตสาหกรรม โดยเมื่อวันที่ 26 พ.ค. 63 สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) ได้ลงนามในบันทึก ความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับ บริษัท เคเอชที ไฟร์อาร์มส์ จำกัด ซึ่งเป็นภาคเอกชนไทย เพื่อศึกษาวิจัย ตลอดจน ความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกัน

ทั้งนี้ จากการศึกษาวิจัยจึงเกิดเป็นการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ร่วมกัน ซึ่งการผลิตต้นแบบปืนรุ่นนี้เริ่มขึ้นโดยการกำหนดเป้าหมาย การผลิตโดยใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ในประเทศให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุดตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน เริ่มจากวัตถุดิบซึ่งเป็นอลูมิเนียมมาตรฐานที่มีผู้ผลิตในประเทศ การขออนุญาตผลิตต้นแบบเพื่อทดสอบขีดความสามารถในการผลิตจริงโดยใช้เครื่องจักร บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐานของ สทป. ที่มีอยู่

สทป. ได้ร่วมดำเนินการโดยให้ บริษัท เคเอชที ไฟร์อาร์มส์ จำกัด เข้าใช้ส่วนปฏิบัติการโลหการและวัสดุ จ.ลพบุรี ของ สทป. เป็นสถานที่ทดสอบการผลิตต้นแบบปืนเล็ก ซึ่งสามารถผลิตได้ตั้งแต่กระบวนการแรก โดยเริ่มต้นการผลิตในช่วง ก.ค. 63 ที่ผ่านมา จนกระทั่งสำเร็จเป็นต้นแบบกระบอกแรกภายใต้ชื่อ “โครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7)” ซึ่งมีเป้าหมายในการผ่านการทดสอบสมรรถนะการใช้งานของปืนตามมาตรฐานทางทหาร

นายทหารแสดงการทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย จากความร่วมมือกับ KHT Firearms ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 14 (ชลบุรี/ประเทศไทย – 2 ก.พ.64 – Brickinfo Media)

การทดสอบโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) มีดังนี้

  1. การทดสอบอาวุธปืนเล็กของ สทป. (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ชุดนี้ โดย สทป. ได้นำมาตรฐาน ทางทหาร (Mil-Standard) ที่มีความเป็นสากลสูงมาเป็นต้นแบบ ซึ่งประกอบด้วยการทดสอบทดลอง 14 หัวข้อ นับตั้งแต่การทดสอบมิติทางกายภาพ การทดสอบทางวิทยาศาสตร์และสมรรถนะการยิงด้วย ซึ่งในวันนี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบว่าด้วย ภาวะความทนทาน การยิง และกลุ่มกระสุน นอกจากการทดสอบในวันนี้ สทป. ยังมีการทดสอบทดลองในอีกหลายพื้นที่ด้วย เช่น การทดสอบสนามฝน ความชื้น รวมถึงการวัดประสิทธิภาพและคุณภาพของกระสุนที่เรานำมาใช้ทดสอบในสนามอื่น ๆ ด้วย
  2. การรับรองผลการทดสอบต้นแบบยุทโธปกรณ์ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานด้านการวิจัยพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ สทป. จึงมีอำนาจหน้าที่ในการทดสอบทดลองและการรับรองผลที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ป้องกันประเทศด้วย ซึ่งถือว่าเป็นการส่งเสริมเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมป้องกันประเทศไปในตัว เพราะ ในอุตสาหกรรมอาวุธระดับสากล มาตรฐานของสินค้านั้นถือได้ว่าเป็นภาษากลางทางเทคนิคในการเปรียบเทียบและแข่งขันในตลาดด้วย
  3. การทดสอบทดลองที่เป็นมาตรฐานตามหลักวิชาการของ สทป. ด้านอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ถือว่าเป็นบันไดขั้นหนึ่งที่สำคัญของการทำผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ น่าเชื่อถือ และสนับสนุนการควบคุมสินค้าหลายอย่างที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางซึ่งอาจไม่มีอยู่ในระบบมาตรฐานโดยทั่วไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  4. อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ถือเป็นอาวุธปืนเล็กที่ออกแบบใหม่ในประเทศไทยให้มีคุณสมบัติเฉพาะ เช่น การที่เป็นปืนลำกล้องสั้นมากเพียง 7.5 นิ้ว สำหรับภารกิจการรบในพื้นที่จำกัด แต่สามารถใช้ยิงกระสุนเกรดสงครามได้ ซึ่งแตกต่างจากปืนเล็กยาวในท้องตลาดทั่วไปที่มีขนาดความยาวลำกล้อง 20 นิ้วขึ้นไป ฉะนั้นการทดสอบตามมาตรฐานของปืนรุ่นนี้จึงมีความแตกต่างจากการทดสอบปืนลำกล้องยาวโดยทั่วไป เช่น ในเรื่องของระยะยิง อัตราการยิง ความเร็วต้นของกระสุน เป็นต้น
การทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย จากความร่วมมือกับ KHT Firearms ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 14 (ชลบุรี/ประเทศไทย – 2 ก.พ.64 – Brickinfo Media)

ดังนั้น การทดสอบสมรรถนะการใช้งานของปืน ตามมาตรฐานทางทหาร โครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ในครั้งนี้จึงเป็นการเริ่มต้นสร้างขีดความสามารถของ สทป. ให้สามารถออกแบบการทดสอบทดลองรวมถึงการรับรองผลการทดสอบสำหรับอาวุธปืนได้ทุกรูปแบบ ตั้งแต่ปืนพกจนถึงปืนเล็กยาวมาตรฐานกองทัพ หรือปืนเฉพาะทางแบบอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต

พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า ตามที่ได้มอบนโยบายแก่ท่านผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศในการดำเนินงานตามพระราชบัญญัติเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พ.ศ. 2562 ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ โดย สทป. ได้ดำเนินการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศใน 9 โครงการนำร่อง โดยมีโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) เป็น 1 ใน 9 โครงการนำร่อง โดยแผนพัฒนาธุรกิจและการร่วมทุนเพื่อรองรับและสนับสนุนให้เกิดอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ  สถาบันเทคโนโลยป้องกันประเทศ (สทป.)  และบริษัท เคเอชที ไฟร์อาร์มส์ จำกัด ได้ร่วมกันวิจัยและพัฒนาต้นแบบโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ซึ่งถือว่าเป็นความก้าวหน้าไปอีกขั้น จากการวิจัยและพัฒนาต้นแบบยุทโธปกรณ์เพื่อสนับสนุนการใช้งานของเหล่าทัพ สู่การวิจัยและพัฒนาเชิงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศร่วมกับภาคเอกชน สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับประเทศ ลดการนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อการพึ่งพาตนเอง สร้างเศรษฐกิจไทยที่มั่นคงและยั่งยืน

Advertisement
พลเอก พอพล มณีรินทร์ ประธานกรรมการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ ร่วมทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย จากความร่วมมือกับ KHT Firearms ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 14 (ชลบุรี/ประเทศไทย – 2 ก.พ.64 – Brickinfo Media)

พลอากาศเอก ดร.ปรีชา ประดับมุข ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ กล่าวว่า การดำเนินการตามนโยบายในการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและการร่วมทุนของสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศร่วมกับบริษัทเอกชนที่มีศักยภาพภายในประเทศ ถือเป็นจุดสำคัญในการขับเคลื่อนการวิจัย
และพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศของไทยให้เจริญรุดหน้าต่อไปในอนาคต  สทป. ได้ริเริ่มโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนเล็ก โครงการแรกของ สทป. ที่ดำเนินการร่วมกับ บริษัท เคเอชที ไฟร์อาร์มส์ จำกัด โดยเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและเอกชนไทย สอดคล้องกับเป้าหมายงานวิจัยและพัฒนาของประเทศ สนับสนุนความมั่นคงในการพึ่งพาตนเอง และส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทย อีกทั้งยังมีคุณภาพสูงทัดเทียมกับปืนมาตรฐานสากลยุคปัจจุบัน เป็นการแสดงศักยภาพของประเทศที่สามารถมีปืนประจำชาติไทยที่ผลิตโดยคนไทยเอง ทัดเทียมนานาประเทศ

จากความสำเร็จในการทดสอบสมรรถนะการใช้งานของปืน ตามมาตรฐานทางทหาร ภายใต้โครงการวิจัยและพัฒนาอาวุธปืนและกระสุน (อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7) ครั้งนี้ จึงเป็นหลักประกันสำคัญด้านความมั่นคงให้กับประเทศถึงขีดความสามารถในการผลิตและออกแบบอาวุธปืน เพื่อการใช้งานภายในประเทศอีกด้วย

การทดสอบ อาวุธปืนเล็กรุ่น DTI7 ปืนสัญชาติไทย จากความร่วมมือกับ KHT Firearms ที่ สนามยิงปืนมณฑลทหารบกที่ 14 (ชลบุรี/ประเทศไทย – 2 ก.พ.64 – Brickinfo Media)

สทป. ยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของบริษัทเอกชนของไทยอื่น ๆ ที่มีองค์ความรู้และความสามารถในการผลิตอาวุธปืนอีกจำนวนมากในประเทศ ที่ยังขาดในเรื่องของการสนับสนุนการทดสอบสมรรถนะการใช้งานของปืน ตามมาตรฐานทางทหาร เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการเชิงพาณิชย์ ผ่านการร่วมทุนในแบบต่าง ๆ หรือจัดตั้งนิติบุคลเพื่อประกอบกิจการอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ เพื่อการพึ่งพาตนเองด้านความมั่นคงภายในประเทศ อีกทั้งยังสามารถส่งออกเพื่อนำรายได้เข้าประเทศอีกทางหนึ่ง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการจ้างงานในสายการผลิตของชิ้นส่วนอะไหล่ต่าง ๆ ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น สปริง ลำกล้อง ชิ้นส่วนงานโลหะอื่นใดโดยเฉพาะเอกชนไทยที่มีองค์ความรู้ขีดความสามารถและเครื่องจักรอยู่แล้ว รวมทั้งยังเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ทางด้านโลหะวิทยาการและศาสตร์ของการผลิตอาวุธที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไป เช่น อาวุธปืนขนาดใหญ่ อุปกรณ์เสริมสนับสนุน รวมถึงกระบวนการฝึกและซ่อมบำรุง ซึ่งในกระบวนการวิจัยจะมีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในประเทศ ที่มีองค์ความรู้ทางวิศวกรรมเพื่อช่วยดำเนินการในการคำนวณและทดสอบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ พร้อมเตรียมการตอบโจทย์ต่อการรับรองผลการทดสอบทางวิชาการอย่างเป็นระบบต่อไป