ข่าว
สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ติดตาม ตรวจสอบ การบำบัดน้ำเสียของจังหวัดกระบี่
ยกให้ระบบบำบัดน้ำเสีย เกาะพีพี เป็นระบบที่ทันสมัยที่สุดบนเกาะ สามารถนำส่งน้ำเสียนำไปบำบัดและคืนสู่ธรรมชาติได้เป็นอย่างดี สร้างภาพลักษณ์ที่ดีเป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของประเทศไทย
ผู้สื่อข่าว : มโนธรรม ใจหาญ ผู้สื่อข่าวกระบี่
วันนี้ 17 กรกฎาคม 2563 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ การบำบัดน้ำเสียของจังหวัดกระบี่ โดยมี พ.ต.ท.ม.ล.กิติบดี ประวิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ให้การต้อนรับ ณ.ห้องบันไทยสมอ สำนักงานเทศบาลเมืองกระบี่ อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ประธานคณะกรรมาธิการ กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ในครั้งนี้เพื่อติดตามตรวจสอบการบำบัดน้ำเสียของจังหวัดกระบี่ ซึ่งถือว่าเป็นต้นแบบการในการทำงานของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย ที่คณะกรรมาธิการกิจการศาล อัยการ องค์กรอิสระ เป็นผู้ดูแลกิจการน้ำเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ไขปัญหาน้ำเสียในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดกระบี่ที่เกาะพีพี ซึ่งถือว่าเป็นจุดสำคัญ ถ้าหากเราสามารถที่จะทำให้เกาะพีพี มีภาพลักษณ์ที่ดีชาวต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวแล้วถ่ายภาพ เมื่อนำภาพเหล่านั้นที่มีชายหาดที่สะอาด น้ำทะเลสดใส แล้วนำไปเผยแพร่ โดยมีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีหน่วยงานภาครัฐเป็นกำกับดูแลแก้ไข ก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวและประเทศดีขึ้น ซึ่งเกาะพีพีก็จะเป็นต้นแบบที่แรก ที่มีระบบบำบัดน้ำเสียอยู่บนเกาะ

ส่วนที่จังหวัดกระบี่ก็เช่นเดียวกันจะมีการนำแนวทาง ในการบำบัดน้ำเสียมาใช้ นอกจากนี้ในการประชุมก็จะมีการพิจารณาในแง่ของกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องของการจัดเก็บภาษี เพื่อบำรุงท้องถิ่น ยกตัวอย่างเช่นค่าน้ำ ซึ่งจะต้องมีส่วนของการบำบัดน้ำเสีย จะต้องจัดหางบประมาณมา ในการพัฒนาการท่องเที่ยว ที่มีปริมาณนักท่องเที่ยวจำนวนมากในปีที่ผ่านมาของจังหวัดกระบี่ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกว่า 8 ล้านคน ทั้งๆที่ประชากรของจังหวัดกระบี่มีเพียงแค่ 4 แสนกว่าคน ทางคณะกรรมาธิการก็จะนำความเห็น เพื่อนำเรียนต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และส่งต่อไปยังกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไข เพื่อให้เป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาน้ำเสียทั้งประเทศต่อไป ในส่วนของนายพันคำ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่าวนาง ที่มีความกังวลในเรื่องของบประมาณที่จะตกไปนั้น เท่าที่คณะกรรมาธิการได้ติดตามการใช้งบประมาณในเรื่องของการใช้งบประมาณในเรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท ก็ปรากฏว่า ได้มีการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ขั้นตอนอยู่ที่การตั้งคณะกรรมาธิการขององค์การจัดการน้ำเสีย หรือที่เรียกว่าบอร์ด คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานกรรมการชุดนี้จะตรวจสอบและอนุมัติให้ผ่านอย่างแน่นอน จะเห็นได้ว่าเกาะพีพีเป็นเกาะเล็กๆของประเทศไทย ที่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่ทันสมัยที่สุด และจะเป็นต้นแบบให้กับแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆของประเทศไทยต่อไป



