ข่าว
อุทัยธานี-ส่งพระปักกลดกลับวัดต้นสังกัด พร้อมกักกันตัว 14 วันป้องกันโควิด-19
ผู้สื่อข่าว : นันทศักดิ์ วัฒนพานิช ผู้สื่อข่าวอุทัยธานี
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo
วันที่ 29 เมษายน 2563 เวลา 14.30 น. นายอนุชา พัสถาน นายอำเภอทัพทัน มอบหมายให้ปลัดอำเภอประจำศูนย์ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทัพทัน พร้อมประสานหน่วยงานสาธารณสุข นายวีรเกียรติ์ สานุทัศน์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุทัยธานี นายณรงค์ฤทธิ์ นุปิง ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดอุทัยธานี และส่วนที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบพระธุดงค์ที่มาปักกดพักแรมค้างคืน ที่บริเวณป่าละเมาะที่บ้านทัพทัน หมูที่ 1 ตำบลทัพทัน อำเภอทัพทัน จังหวัดอุทัยธานี หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหวั่นเกรงว่าจะเป็นพระปลอมหลอกลวงชาวบ้าน เนื่องจากมีพฤติกรรมลักษณะดูดวง ใบหวย มีชาวบ้านที่มีความงมงายเข้าไปกราบไหว้ และไม่ได้มีการป้องกันโรคไวรัสโควิด – 19 โดยเฉพาะการสวมหน้ากากอนามัย จากการลงพื้นที่ตรวจสอบทางหน่วยงานสาธารณสุขได้ทำการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายพบว่ามีอุณหภูมิในร่างกายไม่เกิน 37.5 และได้มอบหน้ากากอนามัยให้สวมใส่

และจากการตรวจสอบสมุดใบสุทธิระบุชื่อพระสุชาติ ขำเพ็ง อายุ 60 ปี มีเจ้าอาวาสวัดกุ่มโคก อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ แต่จากการตรวจสอบไม่มีการประทับตราจากพระผู้ปกครองในการออกเดินธุดงค์แต่อย่างใด และจากการสอบถามมาปักกดพักแรมค้างคืนเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน โดยอ้างว่าจะธุดงค์ไปจังหวัดพิษณุโลกแต่เกิดโรคไวรัสโควิด – 19 ระบาด จึงไม่กล้าเดินธุดงค์ต่อ จึงปักหลักค้างแรมเรื่อยมามาโดยอาศัยการบินบาตรในตลาดเช้าดำรงชีวิต และมีชาวบ้านเข้ามากราบไว้ ซึ่งเบื้องต้นได้ถามเจ้าคณะตำบลทัพทันว่าจะให้อยู่วัดในเขตอำเภอทัพทันก่อนได้หรือไม่ แต่ไม่ได้รับการอนุญาตให้อยู่ เนื่องจากเข้ามาอย่างไม่ถูกต้องและไม่มีการขออนุญาตซ้ำไม่ได้อาศัยอยู่ตามอีกต่างหาก ซึ่งทางด้านผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุทัยธานี จึงได้ประสานไปยังวัดต้นสังกัดและได้มีการรับรองว่าเป็นพระจริง ขอให้ส่งตัวกลับ ซึ่งด้านพระสุชาติก็ยินดีที่จะเดินทางกลับพร้อมเก็บข้าวของ โดยทางนายอนุชา พัสถาน นายอำเภอทัพทัน ได้อำนวยความสะดวกจัดรถพร้อมคนขับ และเจ้าหน้าที่นำตัวพระสุชาติกลับวัดต้นสังกัดทันที และเมื่อถึงวัดแล้วจะต้องถูกกักกันตัวเป็นเวลา 14 วัน เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ติดเชื้อไวรัสโควิด – 19 พร้อมทั้งให้มีการตรวจข้อเท็จจริงอีกครั้งจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุพรรณบุรีอีกครั้ง เพื่อดำเนินการในขั้นตอน ต่อไป


