ข่าว
กทม.ส่งหน่วยเฝ้าระวังลงท่าเรือคลองเตย พร้อมสู้ “ไวรัสโคโรนา 2019”
(28 ม.ค.63) เวลา 15.30 น. นางศิลปสวย ระวีแสงสูรย์ ปลัดกรุงเทพมหานคร พร้อมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในพื้นที่การท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย ซึ่งเป็นช่องทางเข้าออกระหว่างประเทศ และดำเนินการคัดกรอง ลูกเรือ เรือสินค้า ที่เดินเรือมาจากประเทศจีน รวมทั้งประชาสัมพันธ์ให้รู้เรื่องเชื้อโคโรน่าไวรัสและการป้องกัน พร้อมกับมอบหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือ ซึ่งวานนี้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีข้อสั่งการให้สำนักอนามัยและสำนักงานเขตคลองเตย จัดชุดตรวจคัดกรอง รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ แจกหน้ากากอนามัย และเจลล้างมือ แก่ลูกเรือสินค้าที่เดินทาง ไป – มา เพื่อขนถ่ายสินค้าระหว่างประเทศ ณ ท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย

- อ่านข่าวทั้งหมดเกี่ยวกับ ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
สำหรับท่าเรือและจุดขนถ่ายสินค้าท่าเรือกรุงเทพ เขตคลองเตย หรือท่าเรือคลองเตย เป็นอีกหนึ่งช่องทางเข้า-ออกระหว่างประเทศที่สำคัญที่จะต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษเช่นเดียวกับด่านตรวจคนเข้าเมืองอื่นๆ กรุงเทพมหานครได้จัดทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยประสานความร่วมมือกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อเข้าไปประชาสัมพันธ์และให้ความรู้เกี่ยวกับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 การป้องกันตัวเอง และการปฏิบัติตนหากเกิดอาการผิดปกติให้แก่เจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือคลองเตย พร้อมทั้งได้แจกหน้ากากอนามัยและเจลล้างมือแอลกอฮอล์ เพื่อสุขภาวะที่ดี ปลอดโรค และร่วมกันเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาอีกทางหนึ่ง โดยในส่วนของการตั้งจุดคัดกรองบริเวณท่าเรือคลองเตยนั้น ทางรัฐบาล โดยกระทรวงสาธารณสุข จะตั้งจุดคัดกรองตั้งแต่บนเรือ โดยตรวจคัดกรองผู้ที่เดินทางมากับเรือสินค้าก่อนที่จะเข้าเทียบท่าเพื่อป้องกันและควบคุมโรคตั้งแต่ต้นทาง รวมถึงชี้แจงหัวหน้าที่ควบคุมเรือและให้ความรู้ในการป้องกันโรคแก่ลูกเรือ หากพบผู้ที่มีเข้าอาการเข้าข่ายต้องสงสัยจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขจะประสานกรุงเทพมหานครเพื่อจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปสนับสนุนการทำงาน

ปลัดกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร ร่วมกับการท่าเรือแห่งประเทศไทย ลงพื้นที่ตรวจการเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยของชาวจีนโดยเส้นทางเรือขนส่งสินค้า ซึ่งในแต่ละวันจะมีเรือเข้ามาเทียบท่าที่ท่าเรือคลองเตยเป็นจำนวนมาก ในช่วงสถานการณการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า รัฐบาลและกรุงเทพมหานครจึงมีความห่วงใยในสถานการณ์ดังกล่าว เบื้องต้นกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ตรวจคัดกรองสุขภาพของผู้ที่โดยสารมากับเรือบริเวณปากอ่าว หากพบผู้ที่เดินทางมีอาการต้องสงสัย จะรับไปยังโรงพยาบาลที่เตรียมไว้ทันที และเมื่อเรือเดินทางมาถึงท่าเรือ ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย กทม.จะดำเนินการตรวจคัดกรองอีกครั้ง เนื่องจากอาจมีจำนวนผู้โดยสารที่ตกค้างและมีอาการ และหากพบผู้มีอาการจะคัดแยกเพื่อส่งตัวไปยังโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีความห่วงใยกับสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้ร่วมกับหลายหน่วยงานบูรณาการการทำงานร่วมกัน ในส่วนของการเตรียมความพร้อมในการคัดกรอง และส่งต่อผู้ป่วยไปดูแลนั้น กรุงเทพมหานครได้เตรียมความพร้อมโรงพยาบาลในสังกัดไว้ 3 แห่ง คือ โรงพยาบาลเวชการุณย์ โรงพยาบาลกลาง และโรงพยาบาลตากสิน รวมทั้งเตรียมทีมแพทย์ พยาบาล ไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับอาคารที่พักอาศัยคอนโดมิเนียม หรือโรงแรมที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรุงเทพมหานครกว่า 922 แห่งนั้น กรุงเทพมหานครจะลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์แจ้งและทำความเข้าใจในการดูแลสุขภาพตนเอง การสังเกตอาการผู้ป่วย รวมทั้งชี้แจงการทำความสะอาดลิฟต์ ราวจับ และบริเวณประตูที่ถูกต้อง นอกจากนี้กรุงเทพมหานครยังได้จัดทำแผ่นพับโปสเตอร์ 3 ภาษา ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ได้รับทราบ และร่วมมือตามมาตรการที่กรุงเทพมหานครได้กำหนดไว้ สำหรับในย่านที่มีประชาชนหนาแน่นกรุงเทพมหานครได้เร่งจัดทีมแจกหน้ากากอนามัยซึ่งมีเป็นจำนวนมากและคาดว่าจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในขณะนี้กรุงเทพมหานครได้เตรียมแผนการดำเนินการทุกขั้นตอนไว้อย่างรอบคอบแล้ว อย่างไรก็ดีขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพตนเองในเบื้องต้นด้วย หากต้องเข้าที่ชุมชนให้ป้องกันด้วยการใส่หน้ากากอนามัยหรือหากมีไข้ให้รีบไปพบแพทย์ หรือหากพบผู้ป่วยที่มีอาการใกล้เคียงสามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1422

การป้องกันการติดเชื้อดังกล่าว ในเบื้องต้นขอให้ประชาชนดูแลสุขภาวะส่วนบุคคล โดยขอให้ “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” คือ กินอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลางในระหว่างร่วมโต๊ะอาหาร ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ และหากเป็นไปได้ขอให้ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือ ซึ่งจะสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ในระดับหนึ่ง และประการสำคัญอย่าอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการไอหรือจาม และต้องสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำด้วย นอกจากนี้กรุงเทพมหานครจะจัดทำป้ายประชาสัมพันธ์และโปสเตอร์คำแนะนำสำหรับโรงแรมหรือสถานที่พักแรม เพื่อขอความร่วมมือเฝ้าระวัง สังเกตอาการผู้เข้าพัก หากพบผู้มีอาการ เช่น มีไข้สูง 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ร่วมกับอาการระบบทางเดินหายใจ เช่น ไอ น้ำมูก เจ็บคอ หายใจเร็ว หรือหายใจเหนื่อย หายใจลำบาก ให้รีบโทรศัพท์แจ้งศูนย์บริการสาธารณสุขในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 พร้อมจัดหาห้องแยกกัก เพื่อให้ผู้เดินทางนั้นเข้าพักในห้อง โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสตัวและสารคัดหลั่งของผู้เดินทาง จนกว่าเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไปถึงยังสถานที่ดังกล่าว
