ข่าว
ม็อบฮ่องกง “ปาระเบิดเพลิง” ใส่อาคารที่จะใช้กักผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา
(26 ม.ค. 63) สำนักข่าว CNA ของสิงคโปร์ รายงานว่า ผู้ประท้วงชาวฮ่องกงก่อเหตุวางเพลิงอาคารที่เตรียมใช้เป็นศูนย์กักโรคของฮ่องกง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ระบุว่า เป็นฝีมือของกลุ่มผู้ประท้วงที่ใช้ระเบิดขวดปาเข้าไปในตัวอาคารส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลาม
โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ รายงานว่า ชายใส่หน้ากากปิดคลุมใบหน้าและสวมใส่ชุดสีดำ บุกเข้าไปยังอาคารที่จะใช้เป็นศูนย์กักกันผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ซึ่งอาคารดังกล่าวตั้งอยู่ใกล้กับจีน และใช้ระเบิดขวดปาเข้าไปยังอาคารดังกล่าวก่อนหลบหนีออกมา
หลังจากนั้นจึงมีควันดำจากอาคารและเสียงสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ดังขึ้น โดยมีรายงานว่ากระจกหน้าต่างถูกทำลายอีกด้วย
โดยหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ดับเพลิง ระบุว่า ส่วนล็อบบี้ต้อนรับได้รับความเสียหาย และตำรวจปราบจราจลหลายร้อยนายได้เข้าดูแลความเรียบร้อยรอบอาคารดังกล่าว และตำรวจได้จับกุมผู้ต้องสงสัย 1 ราย
เจ้าหน้าที่ตำรวจฮ่องกง ระบุว่า พฤติกรรมที่ทำลายล้างดังกล่าวจะส่งผลกระทบกับความปลอดภัยของประชาชนในที่เกิดเหตุอย่างร้ายแรง ขณะที่มีรายงานจากช่างภาพของสำนักข่าวเอเอฟพีระบุว่า เพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรงที่ทางเข้าของอาคารที่เป็นที่พักอาอาศัยที่ว่างเปล่า ก่อนที่เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้าควบคุมเพลิงเอาไว้ได้
โดยช่วงบ่ายของวันที่ 26 ม.ค. ประชาชนนับร้อยได้ปิดกั้นถนนที่มุ่งหน้าไปยังอาคารดังกล่าว เนื่องจากความไม่พอใจที่ รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง จะใช้อาคารดังกล่าวกักผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ
ชาวบ้านรายหนึ่ง ระบุว่า “เราไม่พอใจที่รัฐบาลจะใช้แาคารดังกล่าว เพราะใกล้กับที่อยู่อาศัยของประชาชนและโรงเรียน”
โดยเมื่อวันที่ 25 ม.ค. 63 สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า รัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) ของจีน ยกระดับภาวะฉุกเฉินกรณีโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ระบาดสู่ระดับสูงสุด พร้อมออกมาตรการจำนวนมาก ตั้งแต่สั่งระงับบริการรถไฟ เที่ยวบินไป-กลับจากนครอู่ฮั่น จนถึงขยายเวลางดการเรียนการสอนของโรงเรียน
แคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดของฮ่องกง ประกาศภาวะฉุกเฉินระดับสูงสุดผ่านการแถลงข่าวเมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ (25 ม.ค.) ซึ่งนับเป็นความพยายามล่าสุดในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสฯ โดยรัฐบาลฮ่องกงยกระดับภาวะฉุกเฉินสู่ “ระดับสูงสุด” หลังประกาศ “ระดับร้ายแรง” เมื่อสามสัปดาห์ก่อน
รัฐบาลฮ่องกงจะดำเนินมาตรการชุดใหม่ โดยระงับการบริการรถไฟความเร็วสูงและเที่ยวบินฮ่องกง-อู่ฮั่นอย่างไม่มีกำหนด ขยายระบบคัดกรองสุขภาพผู้โดยสารขาเข้าให้ครอบคลุมทุกช่องทางขาเข้า และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาฮ่องกงจะต้องผ่านการตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายที่เข้มงวดยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันมีการยกเลิกกิจกรรมสาธารณะขนาดใหญ่หลายรายการ อาทิ ฮ่องกงมาราธอน (Hong Kong Marathon) ที่บริษัท สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ (Standard Chartered) ให้การสนับสนุน เทศกาลโคมไฟตรุษจีน และงานเลี้ยงตรุษจีนของรัฐบาลฮ่องกง โดยแลมยังเรียกร้องให้ผู้จัดงานที่ไม่ใช่ภาครัฐรายอื่นๆ ปฏิบัติตามด้วย
แผนการเบื้องต้นกำหนดให้เลื่อนการเปิดเรียนของโรงเรียนประถมศึกษา มัธยมศึกษา อนุบาล และโรงเรียนพิเศษ ซึ่งมีกำหนดเปิดเรียนในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ออกไปจนกว่าจะถึงวันที่ 17 ก.พ. โดยต้องมีการประเมินเพิ่มเติมด้วย พร้อมกับยกระดับมาตรการยับยั้งการระบาดในมหาวิทยาลัยและสถานที่สาธารณะต่างๆ รวมถึงห้องสมุดและสนามเด็กเล่น
ทั้งนี้ รัฐบาลฮ่องกงได้หารือกับผู้ประกอบการที่ผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อรับประกันว่าจำนวนหน้ากากจะเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน
แลมจะทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการอำนวยการกำกับดูแลมาตรการควบคุมการระบาดของเชื้อไวรัสฯ และจัดตั้งคณะทำงาน 4 คณะ โดยมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเป็นประธาน พร้อมกับจัดตั้งคณะที่ปรึกษา ซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ จำนวน 4 คน เพื่อให้คำปรึกษาแก่แลมด้วย
แลมย้ำว่าแนวคิดที่คนบางกลุ่มเสนอให้ห้ามผู้เดินทางจากหูเป่ยเข้าฮ่องกงนั้นเป็นเรื่องที่ปฏิบัติจริงไม่ได้
ด้านเกเบรียล เหลียง (Gabriel Leung) สมาชิกคณะที่ปรึกษาและศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยฮ่องกง ระบุว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างเห็นพ้องว่าการปิดช่องทางขาเข้าสำหรับผู้เดินทางจากพื้นที่หรือประเทศหนึ่งๆ นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และมาตรการลักษณะนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้ในฮ่องกงที่มีฐานะเป็นศูนย์กลางการขนส่งมานานมากกว่า 20 ปีแล้ว
