Connect with us

ข่าว

มหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่ฯ นำงานวิจัย “เห็ดป่า” ขยายสู่ชุมชนสอดรับนโยบาย “ไม่เผาป่า” มีรายได้แบบยั่งยืน

ตามที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่ฯ นำงานวิจัย”เห็ดป่า” ขยายผลในจังหวัดแพร่ สร้างมูลค่าเพิ่มจากเห็ดป่าที่มีคุณค่าทางอาหาร สามารถสร้างเชื้อเพาะเลี้ยงได้ทั้งในป่าและรอบๆ บ้านพื้นที่เกษตรกรรม ลดพื้นที่เผาป่าสร้างพื้นที่ป่าให้มากขึ้นด้วยแรงกระตุ้นจากรายได้ รองผู้ว่าฯปิ๊งสั่งป่าไม้ ทสม.จังหวัดเปลี่ยนแนวคิดสร้างนโยบายฟื้นฟูป่าภายใต้การมีส่วนร่วมได้ประโยชน์หลายอย่างสุดท้ายลดฝุ่นละอองในฤดูหนาว

Published

on

ผู้สื่อข่าว : ธีรพงษ์ ธงออน ผู้สื่อข่าวแพร่
เรียบเรียง : กองบรรณาธิการ Brickinfo

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องประชุมมหาวิทยาลัยแม่โจ้แพร่ เฉลิมพระเกียรติ นายนิธิวัชร์ ศิรโภคาวิโรจน์รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานเปิดกิจกรรมคืนองค์ความรู้โครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไรซาแบบจำลองธรรมชาติ คืนองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่ชุมชนในจังหวัดแพร่ โดย ดร.ธนิต ชังถาวร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวรายงานความเป็นมาของงานวิจัยเห็ดป่าที่สามารถนำมาใช้กับพืชป่าและพืชที่ปลูกในชุมชนได้เป็นอย่างดี กล่าวคือ เห็ดในป่าจะแบ่งออกเป็นสองชนิด คือ 1 เห็ดที่อาศัยอาหารจากซากพืชที่ตายแล้ว เช่น เห็ดหูหนู เห็ดโคนที่มีปลวกช่วยด้วย และ 2 . เห็ดที่หาอาหารจากพืชที่ยังมีชีวิตอยู่ เช่น เห็ดเผอะ เห็ดตับเต่า เห็ดแดง เห็ดไข่ดง ไข่เหลือง ซึ่งมีอยู่จำนวนมากและมีคุณค่าทางอาหารสูงที่สามารถนำมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ได้ สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ ร่วมกับ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ – แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ดำเนินโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป่าไมคอร์ไซาแบบจำลองธรรมชาติเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน ระหว่างวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๑ – ๑๕ กันยายน ๒๕๖๒ ผลจากการศึกษา สำรวจพบเห็ดป้ากินได้ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำคำมีและพื้นที่ป้าชุมชนโดยรอบพื้นที่ลุ่มน้ำทั้งหมด 17 ชนิด จัดเป็นเห็ดไมคอร์ไรชา ๑๐ ชนิด และเห็ดชนิดอื่นๆ ๗ ชนิด โดยเห็ดไมคอร์ไรซาที่พบมาก ได้แก่ เห็ดเผาะ เห็ดระโงก และเห็ดน้ำแป้ง และทีมวิจัยได้คัดเลือก เห็ดเผาะ และเห็ดตับเต่า เป็นเห็ดที่มีศักยภาพสูงสำหรับถ่ายทอดเทคโนโลยีการเพาะเห็ดป้าสู่ชุมชน โดยได้ถ่ายทอดให้กับชุมชนแล้วจำนวน ๑๐ ชุมชน ใน ๕ อำเภอของจังหวัดแพร่ มีจำนวนกล้าไม้ที่เกษตรกรร่วมกันเพาะและใส่เชื้อเห็ดสำหรับปลูกในพื้นที่สาธารณะของชุมชน จำนวน ๔,๘๘๐ ต้น จำนวนกล้าไม้ที่เกษตรกรนำมาใส่เชื้อเห็ดและเตรียมนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเองรวม ๔๐ ชนิด จำนวน ๔,๗๘๓ ต้น ซึ่งเป็นการสร้างแหล่งอาหาร สร้างรายได้ให้กับชุมชน ก่อให้เกิดความมั่นคงทางอาหาร และฟื้นฟูป่าไม้อย่างยั่งยืน

สำหรับกิจกรรมคืนองค์ความรู้ครั้งนี้ จึงเป็นการดำเนินงานโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้จากโครงการวิจัยแก่ชุมชนและเกิดการขยายผลในการดำเนินงานในระดับจังหวัด โดยในงานจะมีการเสวนา หัวข้อ “เห็ดป่าไมคอร์ไรซา เพื่อการฟื้นฟูป่า สร้างแหล่งอาหารและรายได้ของชุมชน” และนอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการเผยแพร่ องค์ความรู้และสาธิตการใส่เชื้อเห็ดเผาะในกล้าไม้เศรษฐกิจ และเชื้อเห็ดตับเต่าในกล้าไม้ผลและไม้ดอก ซึ่งผลการทดลองสามารถทำได้ดี ทาง ดร.ธนิต ชังถาวร รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ กล่าวว่า ในช่วงปี 2563 สามารถเพาะเชื้อเห็ดไข่เหลืองได้และกำลังอยู่ระหว่างการนำไปทดลองในแปลงทดลอง ซึ่งถ้าโชคดีในกลุ่มประชาชนที่สนใจเข้ามาอบรมในปีนี้ก็จะได้สายพันธุ์เห็ดไข่เหลืองไปใช้ในป่าชุมชนของตนเองด้วย

ส่วนนายนิธิวัชร์ ศิรโภคาวิโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า การปลูกป่าการฟื้นฟูสภาพป่า การใช้งบประมาณไปกับการดับไฟป่า ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปลี่ยนความคิดใหม่ การปลูกป่าโดยทางราชการที่ผ่านมา ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ถ้าหันมามองงานวิจัยนี้จะทำให้ป่ามีคุณค่า เพราะเกิดนวัตกรรมทำให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปใช้ได้ จะทำให้คนในชุมชนมีอาหารอย่างยั่งยืนและยังสามารถจำหน่ายสร้างเศรษฐกิจในชุมชนได้อีกด้วย การผลักดันให้ประชาชนเข้าไปช่วยกันฟื้นฟูป่าภายใต้งานวิจัยนำเชื้อเห็ดเข้าไปเป็นเครื่องมือในการฟื้นฟูป่าเป็นการสร้างป่าสร้างรายได้โดยภาคประชาชน ซึ่งหน่วยงานป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดต้องนำความรู้เหล่านี้ไปกำหนดนโยบาย ซึ่งผลที่ตามมาในอนาคต ชาวบ้านจะช่วยกันป้องกันรักษาป่าไม่ให้เกิดไฟป่า เพราะเป็นรายได้และแหล่งอาหารสำคัญของชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน

Continue Reading
Advertisement