Connect with us

ข่าว

“สุริยะ” รมว.เกษตรฯ เผยผลประเมินโครงการไร่ละ 1,000 บาท ช่วยลดต้นทุนผลิตข้าวเฉลี่ย 463 บาทต่อไร่ เงินถึงมือชาวนา 4.5 ล้านครัวเรือน

Published

on

สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรฯ สั่งกรมชลประทานบริหารจัดการน้ำเชิงรุกรับมือเอลนีโญ ปี 2569-2570 ชูแผน 5 ด้านสำรองน้ำภาคเกษตรและพื้นที่เศรษฐกิจ EEC

สำนักข่าวบริคอินโฟ – กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยผลการประเมินโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/68 หรือโครงการช่วยเหลือไร่ละ 1,000 บาท (ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ 10,000 บาทต่อครัวเรือน) พบว่าสามารถโอนเงินถึงมือชาวนาแล้ว 4.515 ล้านครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ 99.98 ของเป้าหมาย รวมวงเงินสนับสนุน 36,716.44 ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่แปลงนา 36.71 ล้านไร่ โดยมีส่วนช่วยลดต้นทุนและเพิ่มปริมาณผลผลิตข้าวในภาพรวม

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า เงินสนับสนุนดังกล่าวช่วยให้เกษตรกรมีสภาพคล่องในการจัดหาปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ สารกำจัดศัตรูพืช และการเตรียมดิน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการผลิตข้าวลดลงเฉลี่ย 463.02 บาทต่อไร่ หรือลดลงร้อยละ 12.22 ขณะที่ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 79.29 กิโลกรัมต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.85 และมีมูลค่าผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1,898.50 บาทต่อไร่ หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 38.46

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ประเมินประโยชน์ทางเศรษฐกิจโดยรวมของโครงการนี้ ซึ่งคำนวณจากต้นทุนที่ลดลงและมูลค่าผลผลิตที่เพิ่มขึ้น พบว่าสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจหมุนเวียนประมาณ 57,473.48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 1.57 เท่าของวงเงินที่รัฐบาลอนุมัติ อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงทางตัวเลขดังกล่าวอาจมีปัจจัยภายนอกอื่นร่วมด้วย เช่น สภาพภูมิอากาศ ราคาซื้อขายข้าวในตลาดขณะนั้น และรูปแบบการบริหารจัดการของชาวนาในแต่ละพื้นที่

ด้านนายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) และรองโฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร หรือ OAE ได้มอบหมายให้ศูนย์ประเมินผลร่วมมือกับกรมการข้าว จัดทำแบบสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างครัวเรือนเกษตรกร 16,717 ครัวเรือน ที่ขึ้นทะเบียนปีการผลิต 2567/68 รอบที่ 1 ไว้กับกรมส่งเสริมการเกษตร โดยผลสำรวจระบุว่า เกษตรกรร้อยละ 58.09 เห็นว่าโครงการนี้มีส่วนทำให้ปริมาณผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้นจริง และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะสั้นได้

Advertisement

นอกจากนี้ สศก. ประเมินว่าระบบการโอนเงินผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. (BAAC) มีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้สูง แต่เสนอแนะให้พัฒนาช่องทางเพิ่มเติมเพื่อรองรับเกษตรกรที่มีข้อจำกัดด้านบัญชีเงินฝาก พร้อมทั้งเสนอให้ปรับเปลี่ยนแนวทางจากการเยียวยาต้นทุนรายฤดู ไปสู่การส่งเสริมประสิทธิภาพการผลิตระยะยาว เช่น การปรับปรุงคุณภาพดิน การวางระบบน้ำ และการใช้เครื่องจักรกลการเกษตรร่วมกัน เพื่อความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมไทย

Continue Reading
Advertisement