ข่าว
ครม. รับทราบรายงานความรุนแรงในครอบครัวปี 2566 พุ่งกว่า 2.4 หมื่นเหตุการณ์ เล็งเชื่อมฐานข้อมูลกลาง-หนุนหลักสูตรป้องกันตั้งแต่ในห้องเรียน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 พบสถิติเหตุความรุนแรงทั่วประเทศพุ่งสูงกว่า 24,000 เหตุการณ์ โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนอายุระหว่าง 10-20 ปี รัฐบาลเตรียมเดินหน้าเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลกลางระดับประเทศ พร้อมผลักดันหลักสูตรป้องกันและรับมือความรุนแรงเข้าสู่ระบบการศึกษาภาคบังคับเพื่อแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รายงานสถานการณ์ด้านความรุนแรงในครอบครัว ประจำปี 2566 ตามมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม. นำเสนอ เป็นการรวบรวมข้อมูลจาก 14 หน่วยงาน พบว่าในปี 2566 ประเทศไทยเกิดเหตุความรุนแรงในครอบครัวรวม 24,243 เหตุการณ์ มีผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง 24,029 ราย แบ่งเป็นเพศหญิง 21,145 ราย เพศชาย 2,811 ราย และเพศอื่น 73 ราย โดยผู้ถูกกระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 10-20 ปี ขณะที่ผู้กระทำส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 18-50 ปี รูปแบบความรุนแรงที่พบมากที่สุดคือการทำร้ายร่างกาย และมักเกิดขึ้นภายในบ้านพักอาศัย
ความรุนแรงในครอบครัวไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะผู้ถูกกระทำโดยตรง แต่ยังส่งผลต่อเด็กและเยาวชนที่เติบโตในสภาพแวดล้อมดังกล่าว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบต่อพัฒนาการ สุขภาพจิต การเรียนรู้ และพฤติกรรมในระยะยาว อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดวงจรความรุนแรงซ้ำในอนาคต การแก้ไขปัญหาจึงต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
จากข้อค้นพบดังกล่าว กระทรวง พม. ได้เสนอแนวทางยกระดับการป้องกันและแก้ไขปัญหา โดยมีมาตรการสำคัญคือ การจัดทำระบบฐานข้อมูลความรุนแรงในครอบครัวระดับประเทศ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลของทุกหน่วยงานให้ใช้มาตรฐานเดียวกัน ช่วยให้สามารถติดตามสถานการณ์ แลกเปลี่ยนข้อมูล นำไปวิเคราะห์กำหนดนโยบาย และออกมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอให้พัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลของกลุ่มเปราะบาง เช่น คนพิการ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบความช่วยเหลือ เพื่อให้ภาครัฐออกแบบมาตรการคุ้มครองได้ตรงกับสภาพปัญหา
ในระยะยาว กระทรวง พม. เสนอให้ใช้ระบบการศึกษาเป็นกลไกสร้างสังคมที่ไม่ยอมรับความรุนแรง โดยผลักดันให้บรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัว ความรุนแรงทุกรูปแบบ และการรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากไว้ในหลักสูตรการศึกษาภาคบังคับ เพื่อปลูกฝังทักษะการเคารพสิทธิผู้อื่น การจัดการความขัดแย้ง และการแก้ไขปัญหาโดยไม่ใช้ความรุนแรงตั้งแต่วัยเด็ก พร้อมส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนสาขานิติศาสตร์ กำหนดรายวิชากฎหมายเกี่ยวกับความรุนแรงต่อเด็กและการคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวเป็นรายวิชาบังคับ เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมายให้มีความรู้ความเข้าใจในการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายอย่างมีประสิทธิภาพ
“รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างครอบครัวที่ปลอดภัย เพราะครอบครัวเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและสังคม การใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ควบคู่กับการป้องกันตั้งแต่ต้นทาง จะช่วยให้การแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดผลกระทบที่ส่งต่อไปยังเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง พร้อมขับเคลื่อนการสร้าง ‘สังคมอยู่ดี’ ที่ทุกคนได้รับการคุ้มครอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี และเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว
