Connect with us

ข่าว

ปัญหาขยะสิ่งทอพุ่งครึ่งล้านตันต่อปี เคทีซีร่วมกับกทม. ส่งต่อเสื้อผ้ามือสองลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

Published

on

วิกฤต ขยะสิ่งทอ ในไทยพุ่งสูงถึงครึ่งล้านตันต่อปี เคทีซี (KTC) จับมือ กรุงเทพมหานคร (กทม.) ส่งมอบเสื้อผ้ามือสองหนุนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม

สำนักข่าวบริคอินโฟ – สถานการณ์ ขยะสิ่งทอ ในประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายอย่างหนักจากกระแสแฟชั่นที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีปริมาณขยะพุ่งสูงถึงครึ่งล้านตันต่อปี ล่าสุด บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ได้ร่วมมือกับ กรุงเทพมหานคร เร่งขับเคลื่อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยการส่งมอบเสื้อผ้ามือสองเพื่อนำไปต่อยอดในกิจกรรมตลาดปันสุข เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 มุ่งลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและลดภาระการจัดการขยะอย่างเป็นรูปธรรม

ปัจจุบันการเติบโตของอุตสาหกรรม Fast Fashion ได้เร่งให้วงจรการบริโภคเสื้อผ้าสั้นลง จนทำให้ปลายทางของเสื้อผ้ากลายเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ ข้อมูลระบุว่าประเทศไทยมี ขยะสิ่งทอ ประเภทเสื้อผ้า ผ้าห่ม และเครื่องนุ่งห่มต่างๆ สูงถึง 300,000–500,000 ตันต่อปี แต่สถิติกลับพบว่ามีการนำกลับมาใช้ประโยชน์เพียงร้อยละ 24–30 เท่านั้น ขยะส่วนใหญ่ยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างภาระต่อระบบจัดการขยะของประเทศ แต่ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวอีกด้วย

เพื่อเป็นการตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าว เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2569 ตัวแทนพนักงานจาก เคทีซี นำโดยนางสาวธัญวรัศมิ์ เพียววาณิช ผู้บริหารแผนกพัฒนาองค์กรและบริหารการเปลี่ยนแปลง และนางสาวรัชปราณี ชำนาญณรงค์ ผู้บริหารแผนกกฎหมาย ได้ส่งมอบเสื้อผ้ามือสองและถุงกระดาษที่ได้รับบริจาคจากพนักงานให้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยมีนางสาววรนุช สวยค้าข้าว ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนโครงการ “สายแฟ..แคร์โลก พลัส” โดยเสื้อผ้าเหล่านี้จะถูกนำไปจำหน่ายในราคาย่อมเยาผ่านกิจกรรม “ตลาดปันสุข” ณ อาคารลุมพินีสถาน สวนลุมพินี ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศลต่อไป

ทางด้าน KTC ได้ระบุถึงแนวทางการแก้ปัญหานี้ว่า การเปลี่ยนปลายทางของเสื้อผ้าคือจุดเริ่มต้นสำคัญของการแก้ปัญหา ขยะสิ่งทอ ในระยะยาว การใช้เสื้อผ้าให้นานขึ้น การนำกลับมาใช้ซ้ำ และการส่งต่อสิ่งของที่ยังมีคุณค่า จะช่วยลดปริมาณขยะพร้อมทั้งยืดอายุของทรัพยากร ความยั่งยืนจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกภาคส่วน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง ทั้งนี้ เคทีซี จะยังคงดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบ ESG เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และผลักดันสังคมไทยสู่ เศรษฐกิจหมุนเวียน อย่างยั่งยืน

Advertisement