ข่าว
HPE เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ ProLiant รุ่นใหม่ ลุยตลาด Edge Computing รองรับ AI และสภาพแวดล้อมสุดขั้ว
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ฮิวเลตต์ แพคการ์ด เอนเตอร์ไพรส์ หรือ เอชพีอี (HPE) เดินหน้าขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับการประมวลผลที่ขอบเครือข่าย หรือ Edge Computing ด้วยการเปิดตัวแพลตฟอร์มเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ HPE ProLiant Compute EL2000 และการอัปเกรด HPE ProLiant DL145 Gen11 เพื่อรองรับการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบงานหลักที่สำคัญต่อธุรกิจ (Mission-Critical Workload) โดยชูจุดเด่นด้านความทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่รุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอุณหภูมิสุดขั้ว ฝุ่นละออง หรือพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านขนาดและพลังงาน ตอบโจทย์การใช้งานในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม การผลิต ค้าปลีก และภารกิจด้านความมั่นคง
สำหรับเซิร์ฟเวอร์รุ่นใหม่ HPE ProLiant Compute EL2000 ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านขนาด น้ำหนัก และการใช้พลังงาน ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ อินเทล ซีออน 6 (Intel Xeon 6) ที่รองรับการขยายคอร์ได้สูงสุดถึง 144 คอร์ และรองรับการประมวลผลกราฟิกด้วยชิปจาก อินวิเดีย (NVIDIA) รุ่น RTX PRO 4500 หรือ RTX PRO 6000 Blackwell Server Edition ระบบนี้สามารถทำงานได้อย่างเสถียรในอุณหภูมิตั้งแต่ -40 ถึง 55 องศาเซลเซียส ทนทานต่อความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 95% รวมถึงทนต่อแรงสั่นสะเทือนจากยานพาหนะและสัญญาณรบกวนทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMI) นอกจากนี้ยังมีชุดอุปกรณ์เสริมเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งสำหรับการขนส่งหรือการใช้งานในพื้นที่ที่มีระดับความสูงแตกต่างกัน
ในส่วนของ HPE ProLiant DL145 Gen11 ได้รับการปรับแต่งใหม่โดยใช้โปรเซสเซอร์ เอเอ็มดี เอปิค (AMD EPYC) 8005 series เพื่อรองรับสภาพแวดล้อมเครือข่ายโทรคมนาคมที่ต้องการความกะทัดรัดและประหยัดพลังงาน โดยตัวเครื่องขนาด 2U นี้ออกแบบมาให้ทำงานได้เงียบ เหมาะสมกับการติดตั้งในพื้นที่โรงงานหรือร้านค้าปลีก และได้รับการรับรองว่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับงานประมวลผล AI Inferencing บนเอดจ์ นอกจากนี้ แพลตฟอร์มดังกล่าวยังรองรับการทำงานร่วมกับโซลูชันของไมโครซอฟท์อย่าง Azure Local ในโหมดออฟไลน์ได้อีกด้วย
คริสตา แซตเตอร์เวท รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่าย Compute ของ เอชพีอี (HPE) เปิดเผยว่า องค์กรต่าง ๆ กำลังขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์และการดำเนินงานในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งโครงสร้างไอทีแบบดั้งเดิมไม่สามารถตอบโจทย์ได้ แพลตฟอร์มรุ่นใหม่นี้จึงถูกออกแบบมาด้วยระบบรักษาความปลอดภัยระดับองค์กร เพื่อช่วยให้ลูกค้าจัดการและขยายระบบบนเอดจ์ได้อย่างมั่นใจ ทั้งนี้ เซิร์ฟเวอร์ในกลุ่ม HPE ProLiant Edge ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานความทนทานระดับสูงสุดของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และมาตรฐานอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม เพื่อรับประกันความพร้อมใช้งานระดับ 99.999% พร้อมระบบบริหารจัดการและรักษาความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ในทุกจุดที่กระจายตัวอยู่
