ข่าว
มาลี กรุ๊ป เผยรายได้ไตรมาส 1/2569 แตะ 1,822 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจรับจ้างผลิตและน้ำมะพร้าวโตแกร่ง
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ MALEE รายงานผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2569 โดยทำรายได้จากการขายและการให้บริการรวม 1,822.2 ล้านบาท เติบโตขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น แต่ปัจจัยบวกหลักมาจากกลุ่มธุรกิจรับจ้างผลิต (Contract Manufacturing Group – CMG) ที่มีการต่อสัญญากับลูกค้ารายใหญ่ และความสำเร็จของกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมะพร้าวที่ผลักดันให้แบรนด์ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดน้ำผลไม้พรีเมียม
นายเอกรินทร์ พินิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาลี กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผลงานในไตรมาสแรกสะท้อนถึงพื้นฐานธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ CMG ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากการที่พันธมิตรทางธุรกิจเชื่อมั่นในศักยภาพการผลิตและคุณภาพมาตรฐานของบริษัทฯ ขณะที่กลุ่มสินค้าแบรนด์ (Brand Business) คิดเป็นสัดส่วน 33% ของรายได้รวม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากผลิตภัณฑ์ มาลี โคโค่ (Malee COCO) ที่มียอดขายโดดเด่น ส่งผลให้ มาลี ครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับหนึ่งในกลุ่มน้ำผลไม้พรีเมียมพร้อมดื่มที่ 23% คิดเป็นมูลค่าตลาดรวมกว่า 4,529 ล้านบาท
นอกจากผลิตภัณฑ์เดิมที่ทำผลงานได้ดี การรุกเข้าสู่หมวดสินค้าใหม่ภายใต้ชื่อ Malee COCO Matcha ยังได้รับกระแสตอบรับอย่างสูงจากผู้บริโภค ช่วยให้บริษัทสามารถขยายฐานลูกค้าใหม่ในกลุ่มตลาดชาได้สำเร็จ โดยทางบริษัทวางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ เพื่อสร้างความต่อเนื่องในการเติบโต ส่วนตลาดต่างประเทศได้มีการปรับกลยุทธ์เน้นกลุ่มตลาดศักยภาพสูง อาทิ จีน เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และเวียดนาม โดยล่าสุดได้ร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายรายใหม่ในประเทศจีนเพื่อขยายช่องทางกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม MALEE ยังต้องรับมือกับความท้าทายหลายด้าน ทั้งจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กระทบรายได้กลุ่มผลิตภัณฑ์นม และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์และพลังงานปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 20.1 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 16.5%
สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนที่เหลือของปี 2569 บริษัทฯ จะเน้นมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด Operational Excellence เพื่อบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายด้านการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมปรับพอร์ตโฟลิโอสินค้าให้สอดคล้องกับเทรนด์ Well-being ทั่วโลก โดยตั้งเป้าผลักดันรายได้รวมทั้งปีให้เติบโตตามเป้าหมายที่ 9-12% เพื่อมุ่งสู่การเป็น Global Wellbeing Company ภายในปี 2571
“ท่ามกลางความท้าทายสถานการณ์ตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ สภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้า ส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน ระบบโลจิสติกส์ และกำลังซื้อของผู้บริโภค บริษัทฯ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยประเมินผลกระทบใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อรักษาดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคง” นายเอกรินทร์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าในไตรมาส 2 ปี 2569 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลขาย (High Season) กลุ่มน้ำผลไม้และน้ำมะพร้าวจะเติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มพรีเมียมที่มีมูลค่าตลาดขยายตัวถึง 18% จากปีก่อน นอกจากนี้ มาลี เตรียมนำนวัตกรรมสินค้าใหม่ไปร่วมแสดงในงาน THAIFEX – Anuga Asia 2026 ระหว่างวันที่ 26-30 พฤษภาคมนี้ ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ
