การเมือง
2 รมช. เกษตรฯ-ศธ. ลงพื้นที่กาญจนบุรี ติดตามสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 พบจุดความร้อนพุ่งกว่าหมื่นจุด
สำนักข่าวบริคอินโฟ – รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์ ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในจังหวัดกาญจนบุรี หลังพบข้อมูลจุดความร้อนสะสมในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาพุ่งสูงกว่า 11,211 จุด โดยเฉพาะในเขตป่าอนุรักษ์พื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ ทองผาภูมิ และไทรโยค พร้อมสั่งการเร่งบูรณาการแก้ไขปัญหาเชิงรุกและดูแลสุขภาพประชาชนกลุ่มเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประชุมร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ณ โรงเรียนดรุณากาญจนบุรี เพื่อวางแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงอย่างเป็นระบบ โดยพบว่าตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน จังหวัดกาญจนบุรีมีสถิติจุดความร้อน (Hotspot) สะสมในปริมาณมาก ซึ่งทางจังหวัดได้ประกาศเขตควบคุมการเผาไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569 เพื่อจำกัดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
สำหรับการดำเนินงานในพื้นที่ ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อใช้เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียมเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดทั้งในเขตป่าไม้ พื้นที่การเกษตร และเขตชุมชน นอกจากนี้ยังเน้นการให้ความรู้แก่เกษตรกรในการจัดการ วัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เพื่อลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของมลพิษทางอากาศ พร้อมจัดตั้งโซนปลอดภัย (Safe Zone) เพื่อรองรับประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่น PM 2.5 อย่างจริงจัง เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม การลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อต้องการรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้นจริง และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด”
ขณะที่ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเสริมว่า “ปัญหาฝุ่น PM 2.5 กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็กเล็กและผู้สูงอายุ กระทรวงศึกษาธิการพร้อมให้ความร่วมมือในการรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ให้กับนักเรียน ครู และประชาชน” เพื่อสร้างเกราะป้องกันในระดับชุมชนและสถานศึกษาอย่างยั่งยืน
