Connect with us

ข่าว

OpenAI เตรียมผนึก Sora เข้าสู่ ChatGPT หลังประกาศยุติแอปสแตนด์อโลน คาดทำเพื่อเดินหน้าดีลยักษ์ร่วมกับ Disney

Published

on

OpenAI ปรับกลยุทธ์ยุติแอป Sora แบบแยกส่วน เตรียมผนึกเข้า ChatGPT โดยตรง พร้อมเปิดตัวพันธมิตร Disney ขนทัพตัวละคร Marvel และ Star Wars ให้สร้างวิดีโอ AI ได้ถูกลิขสิทธิ์

สำนักข่าวบริคอินโฟ – OpenAI ประกาศปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญด้วยการเตรียมนำเทคโนโลยีสร้างวิดีโอ Sora เข้าไปรวมไว้ในแพลตฟอร์ม ChatGPT โดยตรง หลังจากตัดสินใจยุติการสนับสนุนแอปพลิเคชัน Sora แบบสแตนด์อโลนภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนหลังเปิดตัว

การเคลื่อนไหวนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้และบริหารจัดการทรัพยากรสำหรับการพัฒนาโมเดลยุคถัดไป พร้อมเชื่อว่าทำเพื่อรองรับข้อตกลงลิขสิทธิ์เนื้อหาครั้งประวัติศาสตร์ร่วมกับ The Walt Disney Company ที่จะอนุญาตให้ผู้ใช้สร้างคอนเทนต์จากตัวละครชื่อดังในเครืออย่างถูกต้อง

ย้อนกลับไปในช่วงเปิดตัวเมื่อปลายเดือนกันยายน 2568 แอปพลิเคชัน Sora ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วจนยอดดาวน์โหลดทะลุ 1 ล้านครั้งภายในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม ความสนใจเริ่มลดลงหลังจาก OpenAI เพิ่มมาตรการป้องกันความปลอดภัยที่เข้มงวดเพื่อแก้ปัญหา Deepfake โดยเฉพาะการสั่งห้ามใช้รูปลักษณ์ของบุคคลที่มีชื่อเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ประกอบกับข้อจำกัดด้านปริมาณการสร้างวิดีโอที่ทำให้ผู้ใช้เผชิญความยุ่งยาก จนนำมาสู่การตัดสินใจของ Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ที่ระบุว่าการยุติแอปแยกจะช่วยคืนทรัพยากรไปใช้ในการพัฒนาโมเดล AI รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิม

สำหรับการนำ Sora เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ChatGPT นั้น คาดว่าจะเป็นการยกระดับความสามารถของแชตบอตให้ครอบคลุม Multimedia มากขึ้น แม้ว่าต้นทุนด้านการประมวลผลจะสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าบริษัทอาจนำระบบเครดิตหรือการเก็บค่าบริการพรีเมียมมาใช้ เพื่อรองรับฟีเจอร์พิเศษจากการจับมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง ดิสนีย์ (Disney) ที่ได้บรรลุข้อตกลงสิทธิ์การใช้งานเนื้อหา (Content Licensing) ระยะเวลา 3 ปี โดย Disney ได้เข้าลงทุนใน OpenAI เป็นมูลค่าถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

Advertisement

ภายใต้ความร่วมมือที่ประกาศเมื่อช่วงเดือน ธ.ค. ที่ผ่านมานี้ ผู้ใช้จะสามารถสร้างวิดีโอสั้นผ่าน Sora และสร้างภาพผ่าน ChatGPT Images โดยใช้ตัวละครและทรัพย์สินทางปัญญากว่า 200 รายการจากแบรนด์ในเครือ ทั้ง Disney, Marvel, Pixar และ Star Wars อาทิ มิกกี้ เมาส์, ไอรอนแมน, ดาร์ธ เวเดอร์ และตัวละครจาก Frozen ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 โดยเน้นย้ำถึงการสร้างสรรค์ผลงานที่เคารพต่อสิทธิของเจ้าของเนื้อหาและมีความรับผิดชอบต่อสังคม

Robert A. Iger ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ The Walt Disney Company เปิดเผยว่า “ความร่วมมือกับ OpenAI จะช่วยขยายศักยภาพการเล่าเรื่องอย่างมีความรับผิดชอบผ่านการใช้ Generative AI ในขณะเดียวกันก็เคารพและปกป้องผู้สร้างผลงาน การผสานตัวละครที่เป็นเอกลักษณ์เข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจะทำให้แฟนๆ ได้เชื่อมโยงกับเรื่องราวของ Disney ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นส่วนตัวกว่าเดิม”

ด้าน Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI กล่าวเสริมว่า “ข้อตกลงนี้แสดงให้เห็นว่าบริษัท AI และผู้นำด้านความคิดสร้างสรรค์สามารถทำงานร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม เคารพความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ และช่วยให้ผลงานเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหม่ได้อย่างกว้างขวาง” โดยนอกจากการให้สิทธิ์เนื้อหาแล้ว Disney ยังเตรียมนำ API ของ OpenAI ไปพัฒนาเครื่องมือสำหรับบริการ Disney+ และนำ ChatGPT มาปรับใช้ในการทำงานภายในองค์กรอีกด้วย