Connect with us

ข่าว

แอนโทรปิก ยื่นฟ้องเพนตากอน ปมถูกขึ้นบัญชีดำหลังปฏิเสธนำ AI ไปใช้ในอาวุธและสอดแนม

Published

on

สำนักข่าวบริคอินโฟ – แอนโทรปิก (Anthropic) สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์รายใหญ่ ยื่นฟ้องต่อศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพื่อระงับคำสั่งของ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ (Department of Defense) หรือ เพนตากอน (Pentagon) หลังถูกจัดให้อยู่ในบัญชีดำด้านความมั่นคงแห่งชาติ (National Security Blacklist) โดยชนวนเหตุสำคัญมาจากการที่บริษัทปฏิเสธที่จะผ่อนปรนกฎเกณฑ์ด้านความปลอดภัยในการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ในระบบอาวุธอัตโนมัติและการสอดแนมภายในประเทศ ซึ่งทางบริษัทมองว่าการกระทำของรัฐบาลเป็นการละเมิดสิทธิและขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจาก พีท เฮกเซธ (Pete Hegseth) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กำหนดให้ แอนโทรปิก (Anthropic) เป็นความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อุปทานด้านความมั่นคงแห่งชาติ เนื่องจากบริษัทไม่ยอมถอดถอน “ฉากกั้น” (Guardrails) ที่ป้องกันไม่ให้มีการนำ AI ไปใช้ในทางทหารที่เป็นอันตราย โดยเฉพาะอาวุธที่ไม่ต้องใช้มนุษย์ควบคุม ขณะที่ทาง เพนตากอน ยืนยันว่ากฎหมายของสหรัฐฯ ไม่ใช่บริษัทเอกชน ควรเป็นผู้กำหนดแนวทางการป้องกันประเทศ และต้องการความยืดหยุ่นอย่างเต็มที่ในการใช้ AI สำหรับภารกิจที่ชอบด้วยกฎหมาย โดยอ้างว่าข้อจำกัดของบริษัทอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของชาวอเมริกัน

ทางด้าน แอนโทรปิก (Anthropic) ได้ระบุในคำฟ้องว่าการดำเนินการของรัฐบาลนั้นไม่มีบรรทัดฐานและไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทให้เหตุผลว่าโมเดล AI ในปัจจุบันยังไม่มีความเสถียรเพียงพอที่จะนำไปใช้ในอาวุธอัตโนมัติอย่างปลอดภัย และการใช้เพื่อสอดแนมประชาชนถือเป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐาน ทั้งนี้ ดาริโอ อะโมเด (Dario Amodei) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ แอนโทรปิก (Anthropic) ยืนยันว่าจะต่อสู้ในชั้นศาลจนถึงที่สุด พร้อมระบุว่าบริษัทจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับการข่มขู่หรือการลงโทษจากภาครัฐ

ด้านสถานการณ์ทางการเมือง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ได้มีคำสั่งให้หน่วยงานรัฐยุติการร่วมงานกับบริษัท ซึ่งมีผู้สนับสนุนทางการเงินรายใหญ่อย่าง กูเกิล (Google) และ แอมะซอน (Amazon) โดยมีการกำหนดระยะเวลาเปลี่ยนผ่าน 6 เดือนก่อนตัดความสัมพันธ์อย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ดาริโอ อะโมเด (Dario Amodei) ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าคำสั่งดังกล่าวมีขอบเขตที่จำกัด และภาคธุรกิจทั่วไปยังคงสามารถใช้งานเครื่องมือของบริษัทในโครงการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกระทรวงกลาโหมได้ตามปกติ

Advertisement

ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ คู่แข่งอย่าง โอเพนเอไอ (OpenAI) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก ไมโครซอฟท์ (Microsoft) กลับบรรลุข้อตกลงในการนำเทคโนโลยีเข้าไปใช้ในเครือข่ายของกระทรวงกลาโหม โดย แซม อัลต์แมน (Sam Altman) ซีอีโอของ OpenAI ระบุว่าเพนตากอนมีหลักการที่สอดคล้องกับบริษัทในการดูแลให้มนุษย์ยังคงมีส่วนร่วมในระบบอาวุธและคัดค้านการสอดแนมมวลชน ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานสำคัญในการเจรจาระหว่างบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกกับกองทัพในอนาคต

Continue Reading
Advertisement