ข่าว
ทรู คอร์ปอเรชั่น แจ้งความตำรวจไซเบอร์ เอาผิดขบวนการ IO ปั่นเฟคนิวส์ ใช้ AI บิดเบือนข้อมูลสร้างความเสียหาย
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ทรู คอร์ปอเรชั่น หรือ True Corporation รุกหนักดำเนินการทางกฎหมายกับกลุ่มผู้ใช้บัญชีโซเชียลมีเดียที่เผยแพร่ข้อมูลเท็จและ เฟคนิวส์ โดยมีการใช้เทคโนโลยี AI ผลิตภาพและเสียงบิดเบือนการบริการของบริษัท เพื่อสร้างความเข้าใจผิดแก่สาธารณชน ล่าสุดเข้าแจ้งความต่อ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ บช.สอท.1 พร้อมส่งมอบหลักฐานเชิงเทคนิคเพื่อขยายผลจับกุมขบวนการผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหมด
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากพบว่ามีกลุ่มบัญชีผู้ใช้ในแพลตฟอร์ม TikTok และ Facebook หลายราย อาทิ @thebackdoor01, The Backdoor, rairai9825 (ไรเหยอ?), underherehere ใต้โต๊ะเฮีย, พีท ภาคิน – Pete Phakin, jaeepann เจ๊แป้น, vvifilthailand ไวไฟ, dangdangjai57 จุดเดือด, plamchokchai ปาล์ม โชคชัย และ Todnampla ทอดน้ำปลาแม่บ้านไม่อยู่ ได้ร่วมกันเผยแพร่เนื้อหาเชิงลบที่บิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง โดยมีพฤติการณ์ใช้ ปัญญาประดิษฐ์ ตัดต่อภาพและพากษ์เสียงเสียดสี รวมถึงใช้คำหยาบคายเพื่อชี้ช่องให้เกิดการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อชื่อเสียงและความเชื่อมั่นในคุณภาพการให้บริการขององค์กร
จากการตรวจสอบพยานหลักฐานของทางบริษัทพบว่า การเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวมีลักษณะการทำงานที่เป็นระบบและนำเสนอประเด็นเดียวกันผ่านหลายบัญชีในช่วงเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน จึงเชื่อได้ว่าเป็นการกระทำอย่างเป็นขบวนการ โดยข้อมูลเบื้องต้นบ่งชี้ว่ามีทั้งบุคคลธรรมดาและ บริษัทผลิตสื่อ ที่มีเครือข่ายหรือองค์กรอยู่เบื้องหลัง ซึ่งทางบริษัทได้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อใช้ประกอบการสืบสวนและติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายขั้นสูงสุด

นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบและเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนหรือไม่เป็นความจริง ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม การนำเข้าข้อมูลที่มีลักษณะบิดเบือนข้อเท็จจริงและสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนต่อสาธารณะ เป็นการกระทำที่บริษัทไม่ไม่อาจยอมรับได้
“การนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัทจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด เพื่อปกป้องสิทธิขององค์กร ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ขอความร่วมมือชาวโซเชียลใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข้อมูลที่อาจเป็นเท็จ” นายจักรกฤษณ์ กล่าวทิ้งท้ายถึงมาตรการป้องกันสิทธิขององค์กร
