Connect with us

ข่าว

แคนนอน ครองแชมป์ตลาดกล้องดิจิทัลเปลี่ยนเลนส์ได้อันดับ 1 ทั่วโลกต่อเนื่องปีที่ 23

Published

on

Canon ประกาศความสำเร็จ ครองส่วนแบ่งตลาดกล้องดิจิทัลเปลี่ยนเลนส์ได้อันดับ 1 ทั่วโลกต่อเนื่องปีที่ 23 ตั้งแต่ปี 2546-2568 ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยระบบ EOS R System

สำนักข่าวบริคอินโฟ – แคนนอน (Canon) ประกาศความสำเร็จในการรักษาตำแหน่งผู้นำตลาดกล้องดิจิทัลแบบเปลี่ยนเลนส์ได้ (Interchangeable-lens digital cameras) ทั้งในกลุ่มกล้อง DSLR และกล้องมิเรอร์เลส (Mirrorless) โดยครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันยาวนานถึง 23 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546 จนถึงปี พ.ศ. 2568 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ในตระกูล EOS อย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของ แคนนอน อิงค์ (Canon Inc.) เกิดจากการยึดมั่นในแนวคิดหลัก “Speed, Comfort, and High Image Quality” โดยบริษัทได้พัฒนาส่วนประกอบสำคัญด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเซนเซอร์ภาพ CMOS หน่วยประมวลผลภาพ DIGIC และเลนส์แบบถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งปัจจุบันมีตัวเลือกเลนส์ในตระกูล RF และ EF รวมกันมากถึง 113 รุ่น ครอบคลุมการใช้งานตั้งแต่ระดับเริ่มต้นไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพ

หากย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นของการครองแชมป์ ยุคทองของ DSLR เริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน 2546 จากการเปิดตัวกล้องรุ่น EOS Digital Rebel (หรือ EOS 300D / EOS Kiss Digital ในบางภูมิภาค) ซึ่งเป็นกล้องที่มีราคาคุ้มค่าและดีไซน์กะทัดรัด ส่งผลให้ตลาดกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้น Canon ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมในซีรีส์ EOS-1D และ EOS 5D ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคการบันทึกวิดีโอด้วยกล้อง DSLR

ต่อมาในปี 2561 แคนนอน ได้รุกเข้าสู่ตลาดมิเรอร์เลสอย่างเต็มตัวด้วยระบบ EOS R System พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเปิดตัว EOS R5 กล้องรุ่นแรกที่รองรับการถ่ายวิดีโอระดับ 8K ในปี 2563 และล่าสุดกับ EOS R1 กล้องเรือธงที่เปิดตัวในปี 2567 ซึ่งชูจุดเด่นด้านระบบออโต้โฟกัสขั้นสูงเพื่อตอบโจทย์การทำงานในระดับมืออาชีพ

Advertisement

ในปี 2568 ที่ผ่านมา Canon ได้ขยายผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมความต้องการของผู้ใช้งานมากขึ้น ผ่านการเปิดตัวกล้องมิเรอร์เลส APS-C รุ่น EOS R50 V ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเด่นด้านฟังก์ชันวิดีโอสร้างสรรค์ และกล้องฟูลเฟรม EOS R6 Mark III ในเดือนพฤศจิกายน รวมถึงการเปิดตัวเลนส์เมาท์ RF ใหม่เพิ่มอีก 7 รุ่น อาทิ RF16-28mm F2.8 IS STM และ RF85mm F1.4 L VCM เพื่อเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลงาน

ทางด้าน แคนนอน ระบุว่า “บริษัทจะยังคงพัฒนาเทคโนโลยีภาพถ่ายที่เป็นกรรมสิทธิ์ของแบรนด์อย่างต่อเนื่อง พร้อมตอบสนองความต้องการและกระตุ้นแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันของผู้คน ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมการถ่ายภาพและวิดีโอให้แพร่หลาย ผ่านผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชันเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างของลูกค้าอย่างครอบคลุม”