การเมือง
กกต. เตือนข้อห้ามบัตรเลือกตั้งและบัตรประชามติ ห้ามถ่ายรูปใบที่ออกเสียงแล้ว ฝ่าฝืนมีโทษหนักทั้งจำและปรับพร้อมเพิกถอนสิทธิ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือ Election Commission of Thailand (ECT) ออกประกาศแจ้งเตือนประชาชนเกี่ยวกับข้อห้ามและบทกำหนดโทษทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ บัตรเลือกตั้ง สส. และ บัตรออกเสียงประชามติ เพื่อรักษาความลับในการลงคะแนนและกำกับการออกเสียงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยเน้นย้ำเรื่องการห้ามบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว รวมถึงการนำบัตรออกจากหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีโทษสูงสุดถึงขั้นจำคุกและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี
สำหรับข้อปฏิบัติเกี่ยวกับ บัตรเลือกตั้ง สส. นั้น กฎหมายระบุชัดเจนว่าห้ามผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ ถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ที่ตนเองได้ลงคะแนนแล้ว และห้ามนำบัตรที่ลงคะแนนแล้วไปแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ทราบว่าเลือกหมายเลขใด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ยังมีข้อห้ามเรื่องการนำบัตรอื่นที่ไม่ใช่บัตรทางการมาใช้ การนำบัตรออกจากที่เลือกตั้ง หรือการจงใจทำเครื่องหมายเป็นที่สังเกตไว้ที่บัตร ซึ่งกลุ่มนี้มีโทษหนักขึ้นคือจำคุก 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท และจะถูก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
ในส่วนของการกระทำที่ทำให้บัตรชำรุดหรือเสีย สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ระบุว่าหากผู้ใดจงใจทำให้ บัตรเลือกตั้ง ชำรุด เสียหาย หรือทำให้บัตรเสียกลายเป็นบัตรที่ใช้ได้ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท พร้อมถูกสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปีเช่นกัน ซึ่งเป็นมาตรการเข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตและการทำลายกระบวนการเลือกตั้งในทุกรูปแบบ
ขณะที่กฎหมายเกี่ยวกับการ ออกเสียงประชามติ มีข้อกำหนดที่คล้ายคลึงกันแต่มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยห้ามนำบัตรออกเสียงออกจากสถานที่ลงคะแนน ห้ามแสดงบัตรให้ผู้อื่นเห็นว่าลงคะแนนอย่างไร และห้ามใช้เครื่องมือบันทึกภาพบัตรที่ลงคะแนนแล้ว หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากพบกรณีการนำบัตรไปใส่ในหีบโดยไม่มีอำนาจ หรือปลอมแปลงบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเพื่อให้มีบัตรเพิ่มขึ้นเกินความจริง จะมีโทษจำคุกสูงถึง 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
นอกจากนี้ กกต. ยังให้ความสำคัญกับการรักษาความสมบูรณ์ของบัตรประชามติ โดยผู้ที่ทำลายบัตรหรือทำให้ชำรุดเสียหายมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าพนักงานหรือผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการออกเสียงเสียเอง บทกฎหมายจะทวีความรุนแรงขึ้นเป็นจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท พร้อมสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นกำหนด 10 ปี
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ข้อกฎหมายการเลือกตั้ง และการออกเสียงประชามติได้ที่เว็บไซต์ของ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (www.ect.go.th) หรือติดต่อสำนักงาน กกต. ประจำจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงสามารถสอบถามข้อมูลผ่านบริการสายด่วน 1444 เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องก่อนเข้าคูหาลงคะแนน
