ข่าว
ดีป้าจับมือกองสรรพากร ดันมาตรการภาษี 200% หนุน SMEs หักรายจ่ายเทคโนโลยีดิจิทัลได้ 2 เท่า
สำนักข่าวบริคอินโฟ – สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า (depa) ร่วมกับ กรมสรรพากร ประสบความสำเร็จในการผลักดันมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลของกลุ่ม SMEs โดยล่าสุดมีการประกาศพระราชกฤษฎีกายกเว้นรัษฎากรฉบับใหม่ อนุญาตให้ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายจากการซื้อหรือจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ และบริการดิจิทัลที่ลงทะเบียนใน บัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) มาหักลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่า เพื่อกระตุ้นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล
มาตรการดังกล่าวอ้างอิงตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 802) พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 โดยกำหนดเงื่อนไขให้ บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทในรอบระยะเวลาบัญชี สามารถยกเว้นภาษีเงินได้เป็นจำนวนร้อยละ 100 ของรายจ่ายที่จ่ายจริง (รวมเป็น 2 เท่าหรือ 200%) สำหรับการลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลแต่ไม่รวมเครื่องคอมพิวเตอร์ทั่วไป
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่าสิทธิประโยชน์นี้ครอบคลุมค่าซื้อหรือค่าจ้างทำโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะ รวมถึงค่าใช้บริการด้านดิจิทัลจากผู้ให้บริการที่ได้รับการขึ้นทะเบียนบน บัญชีบริการดิจิทัล ของดีป้าเท่านั้น โดยจำกัดวงเงินจ่ายจริงเฉพาะในส่วนที่ไม่เกิน 300,000 บาท สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
“มาตรการภาษีดังกล่าวเป็นการหักรายจ่ายได้ 200% โดย SMEs ที่ซื้อ จ้างทำ หรือใช้บริการผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัลบนบัญชีบริการดิจิทัล สามารถนำค่าใช้จ่ายดังกล่าวมาหักเป็นรายจ่ายเพิ่มได้ ซึ่งกรมสรรพากร และ ดีป้า ประเมินว่ามาตรการนี้จะกระตุ้นให้ SMEs ไทยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ดำเนินงานและบริหารธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและขีดความสามารถทางการแข่งขัน อีกทั้งช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย” ผศ.ดร.ณัฐพล กล่าว
นอกจากเป้าหมายในการช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยแล้ว มาตรการนี้ยังถูกวางไว้เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมดิจิทัลของไทย เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อัจฉริยะให้มีคุณภาพมาตรฐาน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดภายในประเทศ ซึ่งจะส่งผลเชิงบวกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว
