ข่าว
ผลสำรวจ Lenovo เผย 96% องค์กรอาเซียนพลัสเตรียมเพิ่มงบลงทุนด้าน AI อีก 15% มุ่งสู่ยุค Agentic และ Hybrid AI เต็มรูปแบบ
สำนักข่าวบริคอินโฟ – เลอโนโว (Lenovo) ร่วมกับ IDC เปิดเผยรายงาน CIO Playbook 2026 ฉบับที่ 4 ชี้ให้เห็นถึงทิศทางเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและกลุ่มประเทศ อาเซียนพลัส (ASEAN+) โดยระบุว่าองค์กรกว่า 96% มีแผนที่จะเพิ่มงบประมาณสำหรับการ ลงทุนด้าน AI ในอีก 12 เดือนข้างหน้า เฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 15% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการเปลี่ยนผ่านจากการทดลองระบบไปสู่การใช้งานเชิงกลยุทธ์อย่างเต็มตัว โดยเทคโนโลยีที่ได้รับความสนใจครอบคลุมทั้ง Generative AI (GenAI), Agentic AI, บริการ AI บนคลาวด์สาธารณะ และโครงสร้างพื้นฐานแบบ Hybrid AI เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางธุรกิจ
สถานการณ์ในภูมิภาค อาเซียนพลัส สะท้อนให้เห็นว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นหัวใจหลักของการขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร โดยเป้าหมายหลักของผู้บริหารด้านไอทีคือการใช้ AI เพื่อสร้างการเติบโตของรายได้ เพิ่มความสามารถในการทำกำไร และยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
สุเมียร์ บาเทีย ประธานประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เลอโนโว อินฟราสตรักเจอร์ โซลูชัน กรุ๊ป (Lenovo ISG) ให้ความเห็นว่า การที่องค์กรเกือบทั้งหมดวางแผนเพิ่มการลงทุนด้าน AI แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจโดยใช้ AI กำลังเป็นแกนหลักของธุรกิจ ปัจจัยที่จะสร้างความแตกต่างคือความสามารถในการบูรณาการ AI เข้ากับโครงสร้างพื้นฐานและการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างคุณค่าในระยะยาว
ในด้านความคุ้มค่าของการลงทุน ผลสำรวจระบุว่า 88% ขององค์กรคาดหวังผลตอบแทน (ROI) ที่เป็นบวกภายในปี 2569 โดยประเมินผลตอบแทนเฉลี่ยไว้ที่ 2.8 เท่า อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การขยายผลจากโครงการนำร่อง (Pilot) ไปสู่การใช้งานจริงในวงกว้าง โดยปัจจุบันองค์กรใน อาเซียนพลัส ประมาณ 67% ได้เริ่มดำเนินโครงการหรือปรับใช้ AI อย่างเป็นระบบแล้ว ส่วนอีก 15% ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น และ 18% อยู่ระหว่างการประเมินความพร้อม
นอกจากนี้ ยังพบแนวโน้มที่แผนกอื่นที่ไม่ใช่ฝ่ายไอทีได้เข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนงบประมาณโครงการ AI ถึง 50% ส่งผลให้บทบาทของ CIO เปลี่ยนไปสู่การเป็นผู้ประสานงานเชิงยุทธศาสตร์ทั่วทั้งองค์กร
เทคโนโลยีที่น่าจับตามองคือ Agentic AI ซึ่งคาดว่าจะมีความต้องการเพิ่มขึ้นเท่าตัวในปีหน้า โดยกลุ่มอุตสาหกรรมผู้นำได้แก่ โทรคมนาคม สาธารณสุข และภาครัฐ อย่างไรก็ดี มีองค์กรเพียง 10% ที่มองว่าตนเองมีความพร้อมเต็มที่สำหรับ Agentic AI เนื่องจากยังมีความกังวลด้านความปลอดภัย (Security) มาตรฐานการกำกับดูแล และคุณภาพของข้อมูล
ด้าน ฟาน โฮ ผู้อำนวยการบริหารและผู้จัดการทั่วไป ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เลอโนโว เซอร์วิสเซส แอนด์ โซลูชัน กรุ๊ป (Lenovo SSG) กล่าวเสริมว่า Agentic AI คือจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยองค์กรส่วนใหญ่เลือกแนวทางการขยายผลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ AI สามารถปฏิบัติงานได้จริงในกระบวนการทำงานหลัก
สำหรับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยี รายงานพบว่า 81% ขององค์กรใน อาเซียนพลัส เลือกใช้สถาปัตยกรรมแบบ Hybrid AI ที่ผสานการทำงานระหว่างระบบภายในองค์กร (On-premises) และการประมวลผลที่ขอบเครือข่าย (Edge Computing) เพื่อความสมดุลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัย
นอกจากนี้ ทิศทางในปี 2569 ยังชี้ว่าการประมวลผล AI Inferencing จะกลายเป็นกลไกหลักในการสร้างมูลค่า โดยคาดว่าทรัพยากรการประมวลผลถึง 75% จะถูกใช้ไปกับส่วนนี้ภายในปี 2573 รวมถึงการมุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานผ่านการใช้งาน AI PC ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัดส่วนถึง 50% ของการจัดซื้อคอมพิวเตอร์ในระดับองค์กร
