ข่าว
ฟูจิฟิล์ม เปิดตัว instax mini Evo Cinema กล้องไฮบริดถ่ายวิดีโอ-พิมพ์รูป พร้อมฟีเจอร์ Eras Dial ย้อนยุค เริ่มขาย 28 มกราคมนี้
สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด หรือ Fujifilm ประกาศเปิดตัวกล้องอินสแตนท์ไฮบริดรุ่นล่าสุด instax mini Evo Cinema (mini Evo Cinema) ในตระกูล Evo Series ชูจุดเด่นความเป็นกล้อง 3-in-1 ที่รองรับทั้งการถ่ายภาพนิ่ง วิดีโอสั้น และเป็นเครื่องพิมพ์รูปในตัว มาพร้อมลูกเล่นใหม่ Eras Dial จำลองโทนสีภาพย้อนยุค และฟีเจอร์พิมพ์ภาพพร้อม QR Code สำหรับสแกนดูวิดีโอ โดยเตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยช่วงปลายเดือนมกราคม 2569 นี้
กล้องรุ่นนี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด ‘one camera, decades of possibilities’ เน้นมอบประสบการณ์การถ่ายภาพที่ผสมผสานระบบดิจิทัลและอนาล็อกผ่านหน้าจอ LCD ซึ่งไฮไลต์สำคัญของ instax mini Evo Cinema คือความสามารถในการบันทึกวิดีโอความยาวสูงสุด 15 วินาที หรือถ่ายแบบหลายคัต (Multi-cut) แล้วระบบจะทำการแปลงไฟล์วิดีโอให้อยู่ในรูปแบบ QR Code พิมพ์ลงบนฟิล์ม instax คู่กับช็อตภาพที่เลือก ผู้รับสามารถสแกนเพื่อรับชมคลิปวิดีโอหรือดาวน์โหลดไฟล์เพื่อแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้ทันที ถือเป็นการสร้างรูปแบบใหม่ในการส่งต่อข้อมูลผ่านแผ่นฟิล์ม
นอกจากการบันทึกวิดีโอแล้ว ฟูจิฟิล์ม (Fujifilm) ยังได้เพิ่มฟังก์ชันใหม่ Eras Dial หรือปุ่มเปลี่ยนยุค เพื่อให้ผู้ใช้งานปรับแต่งโทนภาพและวิดีโอให้มีกลิ่นอายคลาสสิกตามยุคสมัย โดยมีเอฟเฟกต์ให้เลือกถึง 10 ยุค อาทิ เอฟเฟกต์ปี 1960 ที่ได้แรงบันดาลใจจากกล้องฟิล์ม 8 มม. หรือยุค 1970 ที่ให้โทนภาพแบบทีวีจอแก้วสี ซึ่งตัวกล้องจะจำลองรายละเอียด Noise และอาการภาพสั่นไหว รวมถึงยังปรับระดับความเข้มข้นของเอฟเฟกต์ได้อีก 10 ระดับ ทำให้สามารถสร้างสรรค์รูปแบบภาพได้กว่า 100 แบบ พร้อมลูกเล่นเสียงจำลองแบบอนาล็อก เช่น เสียงม้วนฟิล์มหมุนขณะถ่ายวิดีโอ
ในส่วนของการดีไซน์ ตัวกล้อง instax mini Evo Cinema มาในโทนสีดำตัดเทา ออกแบบรูปทรงให้จับถนัดมือในแนวตั้ง ซึ่งถอดแบบมาจาก FUJICA Single-8 กล้องถ่ายภาพยนตร์ 8 มม. จากปี 1965 พร้อมการออกแบบปุ่มหมุนและคันโยกพิมพ์ภาพที่ให้ความรู้สึกเหมือนการกรอฟิล์มด้วยมือ ทั้งนี้ผู้ใช้ยังสามารถเลือกถ่ายภาพผ่านหน้าจอด้านหลัง ติดช่องมองภาพเสริม หรือใช้ด้ามจับเสริมเพื่อความคล่องตัวในการถ่ายวิดีโอได้
สำหรับการใช้งานร่วมกับแอปพลิเคชัน instax mini Evo บนสมาร์ตโฟน รองรับการเชื่อมต่อทั้งแบบ Bluetooth และ Wi-Fi เพื่อโอนถ่ายข้อมูล ดูตัวอย่างภาพ และสั่งพิมพ์ โดยภายในแอปฯ สามารถปรับแต่งวิดีโอ รวมคลิปสั้นให้เป็นวิดีโอเดียว (ความยาวไม่เกิน 30 วินาที) และใส่เทมเพลตสไตล์โปสเตอร์ภาพยนตร์ (Poster Template) ได้ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชัน Direct Print ที่เปลี่ยนกล้องให้กลายเป็นเครื่องพิมพ์ภาพพกพา สั่งพิมพ์รูปจากคลังภาพในสมาร์ตโฟนออกมาเป็นฟิล์ม instax ได้โดยตรง
ทั้งนี้ กล้อง instax mini Evo Cinema มีกำหนดวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 12,990 บาท โดยวางจำหน่ายผ่านช่องทางของ ฟูจิฟิล์ม และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
