ข่าว
ผอ. สวทช. ในฐานะประธาน ANSO ชูยุทธศาสตร์ AI ไทย 2570 บนเวทีโลก เน้นโครงสร้างพื้นฐานและธรรมาภิบาล เพื่อเป้าหมาย SDGs
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และประธาน The Alliance of International Science Organizations in the Belt and Road Region (ANSO) ได้เข้าร่วมและเป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่ประจำปี ANSO General Conference 2025 ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 28-29 ตุลาคม 2568 โดยได้นำเสนอและแลกเปลี่ยนการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ (AI) ของประเทศไทยตามแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) หรือ “AI ไทย 2570” พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการมีธรรมาภิบาล (Governance) เพื่อรับมือกับผลกระทบและขับเคลื่อนความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN SDGs)
การประชุมใหญ่ประจำปี ANSO General Conference 2025 จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน (Science & Innovation for a Sustainable Future)” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมกว่า 300 คน จากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก ผู้อำนวยการ สวทช. ในฐานะประธาน ANSO ได้เน้นย้ำว่า ANSO มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน UN SDGs และสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ โดยการประชุมครั้งนี้ประกอบด้วยการนำเสนอใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน การพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์และธรรมาภิบาล และการสร้างขีดความสามารถและความร่วมมือด้าน STEM ในระดับอุดมศึกษา
ศาสตราจารย์ ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ได้กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “AI Development and Governance” โดยระบุถึงการดำเนินงานขับเคลื่อน AI ของประเทศไทย ที่รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบต่อแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (พ.ศ. 2565 – 2570) และมีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนฯ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ภายใต้วิสัยทัศน์ “ประเทศไทยเกิดระบบนิเวศที่ครบถ้วนและเชื่อมโยงแบบบูรณาการ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นและนําไปสู่การยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนภายในปี พ.ศ. 2570” พร้อมทั้งได้แสดงตัวอย่างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และการใช้งาน AI ในประเทศเพื่อรองรับบทบาทและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต
นอกจากนี้ ในการประชุมได้มีการเปิดตัวเครือข่ายวิจัยนานาชาติด้านการพัฒนาและธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (International Research Network on AI Development and Governance) ของ ANSO อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นเวทีในการสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการกำหนดทิศทางและส่งเสริมการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบร่วมกัน โดยระบุว่าโลกมีความคาดหวังอย่างมากต่อนักวิทยาศาสตร์และ AI ในการพัฒนาโลกและสังคม เนื่องจาก AI มีบทบาทและผลกระทบในทุกด้านต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม และย้ำว่า “AI จะต้องเป็นเครื่องมือเสริมพลัง เป็นผู้ช่วยให้กับมนุษย์และสังคม ไม่ใช่เป็นผู้กำหนดทิศทางหรือควบคุมโดย AI” ในการประชุมครั้งนี้ ยังมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษา การวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) เข้าร่วมด้วย
