Connect with us

ข่าว

“อังคณา นีละไพจิตร” โพสต์เรียบเรียงข้อเท็จจริง หลังแสดงถูกแขวน-ความเห็นกรณีรัฐบาลปล่อยอินฟลูฯเข้าพื้นที่กฎอัยการศึก ไทย-กัมพูชา ย้ำไม่ท้อทำงานสิทธิมนุษยชน

Published

on

อังคณา นีละไพจิตร เผยถูกคุกคามและล่าแม่มดจากกรณีแสดงความกังวลต่อรัฐบาลปล่อย อินฟลูเอนเซอร์ เข้าพื้นที่ กฎอัยการศึก ยืนยันการกระทำของรายการดังและรายการข่าวอีกช่อง สร้างความเสียหาย และต้องมีการขอโทษต่อสาธารณะ

สำนักข่าวบริคอินโฟ – อังคณา นีละไพจิตร นักสิทธิมนุษยชนและสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ออกมาเปิดเผยถึงกรณีการถูกคุกคามทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างหนักต่อตนเองและครอบครัว รวมถึง คุณสุณัย ผาสุข เพื่อนร่วมงาน หลังจากการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เกี่ยวกับการที่รัฐบาลปล่อยให้บุคคลหรือ อินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) เข้าไปในพื้นที่ขัดแย้งที่มีการประกาศ กฎอัยการศึก โดยระบุว่าความเห็นดังกล่าวเป็นการตั้งคำถามและแสดงความกังวลต่อการกระทำในพื้นที่ซึ่งอยู่ภายใต้ กฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (IHL) ที่เน้นความคุ้มครองสูงสุดแก่พลเรือน เหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่การสร้างข่าวปลอม (Fake News) และการล่าแม่มด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการออกอากาศของรายการโทรทัศน์บางรายการ

อังคณา นีละไพจิตร ได้ชี้แจงถึงประเด็นที่ตนถูกโจมตี โดยเฉพาะประเด็นที่เธอแสดงความเห็นต่อกรณีที่กัมพูชาใช้จรวด BM 21 ยิงเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเธอยืนยันว่าได้แสดงความเห็นว่า “กรณีดังกล่าวผิดกฎหมายมนุษยธรรม โดยประเทศไทยได้ตอบโต้การกระทำของกัมพูชา โดยส่งเครื่องบิน F 16 ยิงฐานทหารของกัมพูชา ซึ่งเป็นไปตามกฎการปะทะ ซึ่งทำให้เกิดความสูญเสียแก่กัมพูชาเช่นกัน” แต่ถ้อยคำนี้ถูกนำไปสร้างข่าวปลอม ตัดต่อเพื่อโจมตี และเผยแพร่ต่อโดยกัมพูชาในลักษณะที่บิดเบือน ทำให้เธอถูกกล่าวหาว่าเห็นอกเห็นใจกัมพูชา

เธอยังกล่าวถึงรายการโทรทัศน์ชื่อดัง และรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์อีกช่องหนึ่ง ว่าเธอรู้สึกว่ารายการนั้น เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ได้พยายามจัดเวทีเพื่อให้เธอ “ถูกเชือด” โดยมีเจตนาให้เธอถูกรุมประณาม เนื่องจากมีการโทรศัพท์ติดต่อเข้ามาอย่างต่อเนื่องขณะที่เธอกำลังประชุมรัฐสภา โดยไม่มีการนัดหมายล่วงหน้า และผู้ร่วมรายการกำลังกล่าวหาเธอฝ่ายเดียว ซึ่งเธอระบุว่าการกระทำของ รายการโทรทัศน์ชื่อดังและทีมงาน อาจเป็นการผลักให้เธอเข้าสู่การพิจารณาของศาลเตี้ย ด้านรายการข่าวของสถานีโทรทัศน์อีกช่องหนึ่งได้มีการนำเสนอข่าวโดยใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชังและมีข้อความกราฟิกที่ระบุว่า อังคณา นีละไพจิตร คือ “แม่พระ” ของชาวกัมพูชา

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้นำไปสู่การข่มขู่ทำร้ายถึงชีวิต ทำให้ทั้งเธอและ คุณสุณัย ผาสุข ต้องเข้าแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้นพิธีกรทั้ง 2 รายการ ได้พยายามติดต่อเพื่อปรับความเข้าใจและขอโทษผ่านบุคคลที่สาม ซึ่ง อังคณา นีละไพจิตร เห็นว่าการสำนึกผิดที่แท้จริงต้องมีการขอโทษต่อสาธารณะ มีผู้รับผิดชอบ และสร้างหลักประกันว่าจะไม่มีการกระทำเช่นนี้ซ้ำอีก เธอยังย้ำว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ทำให้เธอและ คุณสุณัย ท้อถอยในการทำงานด้าน สิทธิมนุษยชน แต่จะเป็นพลังผลักดันให้ทำงานมากขึ้นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน

Advertisement

“ท้ายนี้ ดิฉันขอขอบคุณกัลยาณมิตรทุกท่าน ทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ที่ออกมาปกป้อง ห่วงใยดิฉันและครอบครัว รวมถึงคุณสุณัย และนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ดิฉันขอเรียนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ทำให้ดิฉันและคุณสุณัย ท้อถอยในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน แต่จะเป็นพลังผลักดันให้อุทิศตนทำงานมากขึ้น ดิฉันจะยังคงทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อปกป้องสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะเสรีภาพสื่อที่ดิฉันเชื่อมั่นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน และการทำหน้าที่เป็นปากเสียงของประชาชาชน … น่าเสียดายที่วันนี้เสียงของความเกลียดชังจากบรรดาอินฟลู รวมถึงสื่อต่าง ๆ ที่พยายามบดขยี้คนทำงานด้านสิทธิมนุษยชนดังมาก จนทำให้ไม่มีใครได้ยินเสียงของดิฉันและคุณสุณัยที่ห่วงใยและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมือง อย่างไรก็ดีดิฉันเชื่อมั่นว่าในที่สุดความจริงจะปรากฏ และความเป็นธรรมจะกลับคืนมา … สุดท้าย ดิฉันขอเน้นย้ำว่าสิ่งสำคัญที่สุดในช่วงความขัดแย้ง หรือสงคราม ไม่ใช่อานุภาพของอาวุธในการทำลายล้าง แต่คือ การมองเห็นคุณค่าความเป็นมนุษย์ของบุคคลทุกคน”


Continue Reading
Advertisement