ข่าว
DHL Supply Chain เปิดตัวคลังสินค้าพลังงานหมุนเวียน 100% แห่งแรกของโลกที่บางนา ชูไทยศูนย์กลางโลจิสติกส์ยั่งยืน
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย (DHL Supply Chain) ได้เปิดตัว Bangna Sustainable Logistics Center อย่างเป็นทางการ นับเป็นคลังสินค้าแห่งแรกของ DHL Supply Chain ทั่วโลกที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานหมุนเวียน 100% จากระบบ โซลาร์เซลล์ ที่ติดตั้งภายในพื้นที่ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 1.39 พันล้านบาท (35 ล้านยูโร) การลงทุนครั้งนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ดีเอชแอล กรุ๊ป (DHL Group) ในการเป็น “Green Logistics of Choice” หรือผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียวที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้า และยังสอดคล้องกับเป้าหมายของรัฐบาลไทยในการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ. 2593
คลังสินค้าแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ที่ถนนบางนา-ตราด กม.20 ซึ่งเป็นทำเลทางยุทธศาสตร์ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิและท่าเรือกรุงเทพฯ เพียงไม่กี่กิโลเมตร มีพื้นที่กว่า 45,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นสองคลังสินค้า โดยโครงสร้างอาคารมีความสูงเพดานถึง 14.5 เมตร พร้อมโซนเก็บสินค้าทั้งแบบอุณหภูมิปกติและควบคุมอุณหภูมิ Bangna Sustainable Logistics Center ได้ยกระดับมาตรฐานใหม่ด้านความยั่งยืนด้วยการใช้พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตในพื้นที่ทั้งหมด จากระบบแผง โซลาร์เซลล์ ขนาด 4.2 เมกะวัตต์พีค ครอบคลุมพื้นที่ 24,000 ตารางเมตร และเสริมด้วย ระบบกักเก็บพลังงาน ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 10 เมกะวัตต์ชั่วโมง พร้อมระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ
นอกจากนี้ คลังสินค้ายังติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดน้ำ ระบบทำความเย็นประสิทธิภาพสูง และหลังคาโปร่งแสงธรรมชาติ ในการดำเนินงานมีการใช้ รถยกสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน การใช้บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน รวมถึงระบบบริหารจัดการขยะอย่างครอบคลุม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้ได้มากที่สุด คลังสินค้าแห่งนี้ยังมาพร้อมโซลูชันด้านการขนส่งที่ยั่งยืน ซึ่งรวมถึงการใช้ รถขนส่งไฟฟ้า และการวางแผนเส้นทางเดินรถที่มีประสิทธิภาพสูงสุดผ่านศูนย์ควบคุม DHL Connected Control Tower
นาย เฮนดริก เวนเตอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กล่าวว่า “การเปิดตัว Bangna Sustainable Logistics Center นี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน และอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งคลังสินค้าพลังงานหมุนเวียน 100% แห่งแรกของ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ทั่วโลกที่สร้างขึ้นในประเทศไทยนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์สีเขียวที่เป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งของลูกค้า คลังสินค้าแห่งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่เป็นรูปธรรมเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจกสุทธิให้เป็นศูนย์ ภายในปี 2593″
นาย ฮาเวียร์ บิลเบา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน เอเชียแปซิฟิก เสริมว่า “ประเทศไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นศูนย์กลางการค้าที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คลังสินค้าแห่งนี้ไม่ได้เพียงขับเคลื่อนโลจิสติกส์ที่ยั่งยืน แต่ยังช่วยให้ภาคสินค้าอุปโภคบริโภค (FMCG) และภาคอุตสาหกรรมอื่น ๆ บริหารจัดการซัพพลายเชนอย่างชาญฉลาดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันก็มีส่วนสร้าง อนาคตโลว์คาร์บอน ให้กับภูมิภาค”
บริการ GoGreen Plus ของ DHL ช่วยให้ลูกค้าในธุรกิจต่าง ๆ สามารถลดการปล่อย คาร์บอน ในซัพพลายเชนของตนเองได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ระบบแสงสว่าง การทำความเย็น ไปจนถึงการขนย้ายสินค้าที่ขับเคลื่อนด้วย พลังงานโซลาร์เซลล์ และระบบกักเก็บพลังงาน นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับประโยชน์จากการขนส่งด้วย รถขนส่งไฟฟ้า บรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน และการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ Certified GoGreen Specialists ของ DHL ซึ่งช่วยติดตามการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
นาย สตีฟ วอล์กเกอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยการผสาน พลังงานโซลาร์เซลล์ ระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง และการฝึกอบรมพนักงานให้เป็น Certified GoGreen Specialists เราส่งมอบคุณค่าที่วัดผลได้ให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในฐานะ ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอาเซียน โดยเฉพาะในด้านยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ และอีคอมเมิร์ซ โดยคลังสินค้านี้จะเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับคลังสินค้าของเราในประเทศไทยในอนาคต” คลังสินค้าแห่งนี้ยังมาพร้อมกับ เขตปลอดอากร ซึ่งช่วยให้ธุรกิจที่ต้องการขยายการดำเนินงานในภูมิภาคได้รับประโยชน์จากขั้นตอนศุลกากรที่รวดเร็ว การยกเว้นภาษี และกระบวนการด้านกฎระเบียบที่ง่ายขึ้น
