Connect with us

ข่าว

“สมศักดิ์” ออก 9 ข้อสั่งการรับเหตุชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน สธ. เผยยอดผู้บาดเจ็บ 31 ราย เสียชีวิต 13 ราย

Published

on

Somsak Thepsutin, Minister of Public Health, stated on July 24, 2025

สำนักข่าวบริคอินโฟ – นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้สั่งการให้วางระบบบัญชาการด้านการแพทย์และสาธารณสุขเพื่อรับมือกับสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ 7 จังหวัด พร้อมออก 9 ข้อสั่งการสำคัญ โดยให้ปิดโรงพยาบาลในเขตพื้นที่เสี่ยงสูง (Hot Zone) จัดทำแผนอพยพผู้ป่วย เตรียมห้องผ่าตัดและห้องฉุกเฉินให้พร้อม รวมถึงสำรองยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น ขณะที่ข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว 31 ราย และเสียชีวิต 13 ราย

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ที่ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามความพร้อมด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้วางระบบบริหารจัดการสถานการณ์ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์สูงสุด มอบหมายให้ นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ เป็นผู้บัญชาการส่วนกลาง และ นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้บัญชาการส่วนหน้า เพื่อประสานงานกับผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 6, 9, 10 และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั้ง 7 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับ 9 ข้อสั่งการที่เกี่ยวข้องกับการรับมือสถานการณ์ ได้แก่

  1. จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านการแพทย์และสาธารณสุข (PHEOC) ทั้งในระดับจังหวัดและเขตสุขภาพ เพื่อวิเคราะห์และประสานงานด้านสุขภาพ
  2. ประเมินสถานการณ์โรงพยาบาลในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงการปิดโรงพยาบาลในเขต Hot Zone และประสานหน่วยแพทย์ทหาร
  3. วางแผนเส้นทางและระบบการส่งต่อผู้ป่วยจากพื้นที่ชายแดนไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมอย่างรวดเร็วและปลอดภัย
  4. จัดเตรียมโรงพยาบาลในพื้นที่และโรงพยาบาลคู่ขนานให้มีเตียงรองรับผู้ป่วยหนัก ห้องผ่าตัด และห้องฉุกเฉินที่พร้อมใช้งาน
  5. ตรวจสอบและสำรองยา เวชภัณฑ์ อุปกรณ์กู้ชีพ และเครื่องมือที่จำเป็นให้เพียงพอ โดยเฉพาะยาและเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการบาดเจ็บจากสงครามและโรคระบาดที่อาจเกิดขึ้นในภาวะฉุกเฉิน
  6. ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคงและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อติดตามสถานการณ์ การเคลื่อนย้ายประชากร และความต้องการด้านสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง
  7. สื่อสารความเสี่ยงด้านสุขภาพและให้ข้อมูลที่ชัดเจนเข้าใจง่ายแก่ผู้ได้รับผลกระทบ เพื่อป้องกันการตื่นตระหนก
  8. ดูแลสุขอนามัยในจุดพักพิงเพื่อป้องกันโรค เฝ้าระวังและควบคุมโรค รวมถึงให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิต
  9. หากมีข้อสงสัยหรือข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน ให้รายงานต่อศูนย์ PHEOC ส่วนกลางเพื่อขอรับการสนับสนุนอย่างเร่งด่วน

นายแพทย์วีรวุฒิกล่าวเสริมว่า จากการติดตามสถานการณ์เมื่อเวลา 09.00 น. พบว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์รวม 31 ราย และเสียชีวิต 13 ราย โดยแบ่งเป็น จังหวัดอุบลราชธานี บาดเจ็บสาหัส 2 ราย ปานกลาง 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย, จังหวัดศรีสะเกษ บาดเจ็บสาหัส 3 ราย ปานกลาง 8 ราย เล็กน้อย 4 ราย เสียชีวิต 8 ราย, จังหวัดสุรินทร์ บาดเจ็บสาหัส 1 ราย ปานกลาง 3 ราย เล็กน้อย 6 ราย เสียชีวิต 4 ราย และจังหวัดบุรีรัมย์ บาดเจ็บปานกลาง 1 ราย และเล็กน้อย 1 ราย โดยผู้บาดเจ็บทุกรายได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด

ในส่วนของสถานพยาบาล มี 7 แห่งที่ต้องปิดให้บริการ ได้แก่ โรงพยาบาลน้ำขุ่น (Nam Khun Hospital), โรงพยาบาลน้ำยืน (Nam Yuen Hospital) จังหวัดอุบลราชธานี (Ubon Ratchathani); โรงพยาบาลกันทรลักษ์ (Kantharalak Hospital), โรงพยาบาลภูสิงห์ (Phu Sing Hospital) จังหวัดศรีสะเกษ (Sisaket); โรงพยาบาลกาบเชิง (Kap Choeng Hospital), โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (Phanom Dong Rak Chalermprakiat 80 Pansa Hospital) จังหวัดสุรินทร์ (Surin); และ โรงพยาบาลบ้านกรวด (Ban Kruat Hospital) จังหวัดบุรีรัมย์ (Buriram) ขณะที่ 4 แห่งเปิดให้บริการเฉพาะห้องฉุกเฉิน ได้แก่ โรงพยาบาลนาจะหลวย (Na Chaluai Hospital) จังหวัดอุบลราชธานี; โรงพยาบาลปราสาท (Prasat Hospital), โรงพยาบาลสังขะ (Sangkhla Hospital) จังหวัดสุรินทร์; และ โรงพยาบาลประโคนชัย (Prakhon Chai Hospital) จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมมีการอพยพผู้ป่วยแล้ว 429 ราย และอพยพประชาชนรวม 83,170 ราย ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำชับให้สถานพยาบาลในสังกัดดูแลจ่ายยาอย่างเพียงพอสำหรับประชาชนที่มีโรคประจำตัวที่อพยพจากเหตุการณ์นี้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

Advertisement
Continue Reading
Advertisement