ข่าว
LENOVO สำรวจพบ 68% ธุรกิจอาเซียนพลัสใช้โครงสร้างไอทีแบบไฮบริด รองรับ AI พร้อมหนุนไทยสู่ศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค
สำนักข่าวบริคอินโฟ – ผลสำรวจล่าสุดจาก Lenovo’s CIO Playbook 2025 ซึ่งจัดทำโดย Lenovo (เลอโนโว) ร่วมกับ IDC เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า ธุรกิจในกลุ่ม อาเซียนพลัส (ASEAN+) กว่า 68% ได้นำโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบ ไฮบริด (Hybrid IT Infrastructure) มาใช้งานเพื่อรองรับความต้องการของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเทศไทย ที่กำลังวางแผนยกระดับตนเองขึ้นเป็น ศูนย์กลาง AI ระดับภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการลงทุนด้าน AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้
รายงานดังกล่าวรวบรวมข้อมูลจากผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2,900 คนทั่วโลก รวมถึงผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีกว่า 900 คน ใน 12 ตลาดทั่ว เอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) ซึ่งประกอบด้วย อินเดีย, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และกลุ่มอาเซียนพลัส (ไทย, สิงคโปร์, ฮ่องกง, ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย) ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าผู้นำธุรกิจและผู้บริหารด้านไอทีต่างเห็นพ้องกันว่าการลงทุนด้าน AI ควรขับเคลื่อนด้วย ผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) โดยกลุ่มธุรกิจในเอเชียแปซิฟิกมีแผนลงทุนด้าน AI เพิ่มขึ้น 3.3 เท่า ขณะที่ธุรกิจในอาเซียนพลัสมีแผนการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.7 เท่า
แม้การลงทุนในเทคโนโลยี AI จะขยายตัวอย่างรวดเร็ว แต่การนำ AI มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจกลุ่มอาเซียนพลัสยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น โดย 47% ของธุรกิจในกลุ่มนี้อยู่ในขั้นตอนการประเมินหรือวางแผนนำ AI มาใช้งานในอีก 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิก (56%) และทั่วโลก (49%) สิงคโปร์ ถือเป็นผู้นำในกลุ่มอาเซียนพลัส ด้วยความพร้อมด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ในขณะที่ตลาดอื่น ๆ ยังคงเผชิญกับข้อจำกัดด้านทรัพยากรและความเชี่ยวชาญ ทำให้ ROI กลายเป็นอุปสรรคสำคัญในการนำ AI มาปรับใช้
นาย Sinisa Nikolic, Director, HPC, AI & CSP, Asia Pacific, Lenovo กล่าวว่า “การวางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีแบบไฮบริดตอบโจทย์การใช้งาน AI ในทุกด้าน ทั้งความสามารถในการขยายและลดขนาดตามความต้องการ และการควบคุมที่สะดวกสบาย ธุรกิจในอาเซียนพลัสมีการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานแบบไฮบริดและ On-premise สูงถึง 68% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงแผนการที่ชัดเจนในการใช้งานนวัตกรรมเพื่อสร้างความปลอดภัยและรองรับความต้องการใช้งาน AI ที่เพิ่มขึ้น”
ด้าน นาย Matt Codrington, Vice President and Regional General Manager, Greater Asia Pacific, Lenovo เสริมว่า “การนำ AI มาเสริมประสิทธิภาพธุรกิจไม่ใช่เพียงกระแสชั่วคราว องค์กรจำเป็นต้องลงทุนในการสร้างระบบ การติดตั้ง และการใช้งาน AI โซลูชันที่สามารถวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ให้บริการ AI โซลูชันจึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยธุรกิจนำ AI มาใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ”
นอกจากนี้ การสำรวจยังพบว่า 65% ของธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก และ 68% ในอาเซียนพลัส นิยมใช้โครงสร้างพื้นฐานแบบ On-premise (ระบบที่ติดตั้งในองค์กร) และ ไฮบริด (Hybrid) ในการจัดเก็บและจัดการข้อมูลเพื่อรองรับ AI เนื่องจากปัจจัยด้านความปลอดภัย, ความหน่วงในการส่งและรับข้อมูลต่ำ และความคล่องตัวในการใช้งาน ขณะที่ 19% ของธุรกิจยังคงใช้ระบบ คลาวด์สาธารณะ (Public Cloud) นอกจากนี้ AI PC (คอมพิวเตอร์ที่รองรับ AI) ก็กำลังได้รับความสนใจ โดย 65% ของธุรกิจในอาเซียนพลัสอยู่ในขั้นตอนการวางแผนนำ AI PC มาประยุกต์ใช้ และเพื่อรองรับความซับซ้อนของการจัดการข้อมูล การขาดแคลนบุคลากร และข้อจำกัดด้านงบประมาณ CIO (ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสารสนเทศ) กว่า 44% ในอาเซียนพลัสกำลังมองหา พาร์ทเนอร์ด้านไอที (IT Partner) ที่มีความเชี่ยวชาญในโซลูชัน AI
นายวรพจน์ ถาวรวรรณ, ผู้จัดการทั่วไป เลอโนโว ประจำไทย และภูมิภาคอินโดจีน กล่าวทิ้งท้ายว่า “ประเทศไทยมีเป้าหมายสู่การเป็นศูนย์กลาง AI ของภูมิภาค และธุรกิจในไทยก็กำลังเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัลโดยเน้นการนำเทคโนโลยี AI มาใช้งาน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่วัดค่าได้และมีจริยธรรม เลอโนโวพร้อมเป็นตัวช่วยให้ธุรกิจและองค์กรในไทยสามารถก้าวข้ามอุปสรรคในการประยุกต์ใช้ AI และใช้ AI เพื่อเสริมประสิทธิภาพธุรกิจได้อย่างแท้จริง ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเลอโนโวที่มาพร้อมประสิทธิภาพการใช้งาน AI ทั้งในอุปกรณ์ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน และโซลูชันและบริการ เพื่อเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งในการสร้างการเติบโตระยะยาว”
