Connect with us

ข่าว

SPCG กำไรปี 2567 ลดลง แต่ยังจ่ายปันผล 1.20 บาทต่อหุ้น

Published

on

SPCG ประกาศผลประกอบการปี 2567 กำไรลดลง แต่ยังคงจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.20 บาทต่อหุ้น สะท้อนสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

สำนักข่าวบริคอินโฟ – บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG รายงานผลประกอบการปี 2567 มีกำไรสุทธิ 746.8 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า แต่ยังคงจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.20 บาทต่อหุ้น สะท้อนถึงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง

SPCG ผู้ผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์ฟาร์ม เปิดเผยผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 4 ปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการ 455.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 127.8 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการรวมทั้งปี 2567 มีรายได้จากการขายและบริการ 2,049.2 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 746.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้ 4,125.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 1,973.9 ล้านบาท พบว่ารายได้และกำไรสุทธิลดลง

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอสพีซีจี จำกัด (มหาชน) หรือ SPCG กล่าวว่า ผลประกอบการที่ลดลงเป็นผลมาจากโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 36 แห่ง สิ้นสุดระยะเวลาการรับเงินอุดหนุนส่วนเพิ่มราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่อัตรา 8 บาทต่อหน่วย รวมถึงรายได้จากธุรกิจติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟ ชะลอตัวลง

อย่างไรก็ตาม SPCG ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงาน และคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลในอัตรา 1.20 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินรวม 1,266,948,000 ล้านบาท โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.50 บาทต่อหุ้น คงเหลือที่จะจ่ายอีก 0.70 บาทต่อหุ้น กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 มีนาคม 2568 และจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในวันที่ 16 พฤษภาคม 2568

Advertisement

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ SPCG กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทยังคงมั่นใจในศักยภาพของธุรกิจ และมีโครงการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการอยู่ 36 แห่ง ใน 10 จังหวัดของประเทศไทย มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 260 เมกะวัตต์ (MW) รวมถึงยังมีรายได้จากธุรกิจติดตั้งโซลาร์รูฟ

แม้ผลประกอบการปี 2567 จะลดลง แต่ SPCG ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำ และมีกระแสเงินสดในระดับที่ดี

Continue Reading
Advertisement