ข่าว
ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯ เปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 2 แห่ง ย่านเยาวราช ชาวไทยเชื้อสายจีนร่วมถวายความภักดี
กรุงเทพฯ, 25 ม.ค. 68 สำนักข่าวบริคอินโฟ – พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 2 แห่ง คือ “วชิรสถิต 72 พรรษา” ที่บริเวณสะพานดำรงสถิต และ “วชิรธำรง 72 พรรษา” ที่บริเวณห้าแยกหมอมี ถนนเจริญกรุง เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ภายใต้โครงการ “เบญจกตัญญุตา บารมีแห่งมังกรสยาม” โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คณะรัฐมนตรี และองค์กรชาวไทยเชื้อสายจีน เฝ้าฯ รับเสด็จ

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อซุ้มประตูทั้ง 2 แห่งด้วยพระองค์เอง โดย “วชิรสถิต 72 พรรษา” สื่อถึงการครองราชย์สมบัติอันยาวนาน ส่วน “วชิรธำรง 72 พรรษา” สื่อถึงการเทิดทูนพระองค์จากปวงชนชาวไทย
พร้อมกันนี้ ยังพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนประเดิมในการจัดสร้าง 10 ล้านบาท ด้วย สำหรับซุ้มประตูทั้งสองแห่งนี้ ออกแบบเป็นสถาปัตยกรรมจีนโบราณ ที่มีลวดลายมังกร 5 เล็บ อันเป็นสัญลักษณ์ขององค์จักรพรรดิ
- โดยซุ้มประตู “วชิรสถิต 72 พรรษา” ถือเป็นหัวมังกร ตั้งอยู่ที่สะพานดำรงสถิต
- ส่วนซุ้มประตู “วชิรธำรง 72 พรรษา” ถือเป็นหางมังกร ตั้งอยู่ที่ห้าแยกหมอมี

โดยฐานของซุ้มประตูทั้ง 2 แห่ง รัฐบาลจีนได้มอบประติมากรรมรูปช้าง สิงโต และกลอง แกะสลักจากหินหยกขาว “ฮั่นไป๋ยู่” มาประดับตกแต่ง เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต
หลังจากทรงเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดมังกรกมลาวาส เพื่อทรงรับการสวดถวายพระพรจากพระภิกษุสงฆ์จีน 73 รูป จากนั้น เสด็จฯ ไปยังซุ้มประตู “วชิรธำรง 72 พรรษา” อีกครั้ง เพื่อทรงถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการและผู้มีอุปการคุณในการจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ โดยตลอดเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน มีประชาชนชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก เฝ้าฯ รับเสด็จอย่างเนืองแน่น


การจัดสร้างซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติฯ ทั้ง 2 แห่งนี้ นอกจากจะเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของชาวไทยเชื้อสายจีน และเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทย-จีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทยอีกด้วย
