ข่าว
ซื้อขายพาสปอร์ต ของจริงไม่ผิดกฎหมาย ทำได้จริงเหรอ ?
หลังจากกรณีที่มีบริษัทแห่งหนึ่งเช่าป้ายโฆษณาใจกลางกรุงเทพมหานครย่านสุทธิสาร โดยมีเนื้อหาใจความว่า “ซื้อขายพาสปอร์ต” ประเทศต่าง ๆ 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย , วานูอาตู , กัมพูชา และ ตุรกี ให้ผู้ซื้อมีสัญชาติที่ 2 ติดตัว และ ตำรวจ ตม. ออกมาตอบว่า ไม่ผิดกฎหมาย และหลายประเทศก็ทำกัน วันนี้ Brickinfo จึงจะชวนคุณไปทำความเข้าใจกัน
ซื้อขายพาสปอร์ต ทำกันอย่างไร ?
ที่มาของคำว่า “ซื้อขายพาสปอร์ต” มาจากการที่ผู้ใช้รายหนึ่งนำข้อความบนป้ายโฆษณาไปแปลงผ่าน Google Translate จึงได้คำตรงตัวออกมา ซึ่งในทางการสื่อสารอาจเป็นคำที่ใช้โฆษณาเพื่อดึงดูดคน เพราะการซื้อขายพาสปอร์ตของจริง (ไม่ใช่แบบในหนังสายลับที่แอบทำของปลอมให้เหมือนของจริง และ แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง) สามารถทำได้โดยการใช้เงินเพื่อขอสัญชาติที่ 2 จากประเทศที่มีโครงการนั่นเอง

สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.ต. พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ที่เปิดเผยกับ NBT Connext (สื่อออนไลน์ของช่อง 11 NBT ของรัฐบาล) ว่า ข้อสงสัยที่ว่า การติดตั้งป้ายดังกล่าวทำได้หรือไม่นั้น ยืนยันว่าทำได้ ไม่ผิดกฎหมาย เพราะไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย และไม่ใช่การโฆษณาว่าจะเปลี่ยนสัญชาติไทย โดยในป้ายจะเห็นได้ว่า ทุกประเทศมีการซื้อขายกันปกติ
เว็บไซต์ของนิตยสาร Forbes เคยเขียนเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้เมื่อปี 2563 ว่า หลายประเทศต่างมีโครงการเปิดรับประชากรจากประเทศต่าง ๆ ในการสมัครเข้ารับสัญชาติที่ 2 เพื่ออยู่อาศัยและทำงานในประเทศนั้น ๆ ด้วยการใช้เงินซื้อสัญชาติผ่านการลงทุน โดยไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการทำ VISA เพื่ออยู่อาศัยนานกว่าระยะเวลาท่องเที่ยวและภาษีสำหรับชาวต่างชาติที่เข้าไปทำงานในต่างประเทศ
จากการตรวจสอบบทความพบว่า มี 2 ประเทศที่ปรากฎในป้ายโฆษณาและบทความที่ตรงกัน คือ ตุรกี และ วานูอาตู ที่เราสามารถซื้อสัญชาติ (ซื้อพาสปอร์ต) ได้ โดยในบทความระบุถึงขั้นตอนปกติในการมีสัญชาติที่ 2 ว่า ตุรกี คุณสามารถขอสัญาติที่ 2 ได้ด้วยการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มูลค่า 250,000 ดอลลาร์ (ราว 10 ล้านบาท) คุณก็สามารถเข้าสู่โครงการ Citizenship-by-Investment ของตุรกีได้ ซึ่งจะมีหนังสือเดินทางตุรกีที่จะให้สัญชาติแก่คุณในประเทศที่งดงามแห่งนี้ ซึ่งหากใช้หนังสือเดินทางของตุรกี ก็จะสามารถเดินทางได้ 111 ประเทศโดยไม่ต้องขอวีซ่าหรือแบบวีซ่าเมื่อเดินทางมาถึง (VISA on Arrival)

ส่วนของ วานูอาตูมีโครงการ ที่เปิดให้คุณบริจาคเงิน(ที่ไม่สามารถขอคืนได้) ให้กับหมู่เกาะมูลค่า 180,000 ดอลลาร์ (ราว 6.6 ล้าน) สำหรับครอบครัวที่มีสมาชิกสี่คน ก็จะได้รับสัญาชาติพร้อมหนังสือเดินทางให้มาอยู่อาศัย-ครอบครองที่พัก และใช้เดินทางใน 116 ประเทศทั่วโลกได้เลย
ของที่อื่นขอสัญชาติที่ 2 ถูกกฎหมายได้ ส่วนป้ายนั้นในไทย สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ราคาในป้ายโฆษณาในประเทศไทยยังมีข้อสังเกตุอยู่ คือ อินโดนีเซีย 30,000 หยวน (150,000 บาท) , วานูอาตู 70,000 หยวน (350,000 บาท) , กัมพูชา 100,000 หยวน (500,000 บาท) และ ตุรกี 150,000 หยวน (750,000 บาท) จึงเป็นที่สังเกตุว่า บริษัทที่อ้างตัวว่าขายพาสปอร์ตอาจใช้วิธีการอื่นนอกเหนือจากการลงทุนในประเทศนั้น ๆ เพื่อให้ได้มาซึ่งสัญชาติ หรือ พาสปอร์ต เล่มที่ 2 ซึ่งอาจใช้วิธีการที่ผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ เช่นกัน
วันนี้ (22 ก.ค. 67) เวลา 14.30 น. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ตรวจสอบกรณีดังกล่าวโดยด่วน ถึงที่มาของป้ายโฆษณาดังกล่าว ผู้ใดเป็นเจ้าของ และมีความผิดตามกฎหมายในเรื่องใดบ้าง และติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายในทุกมิติเร็วที่สุด
ขณะที่ กรมการปกครอง ตรวจสอบพบว่า มีการขึ้นป้ายดังกล่าวเมื่อวันที่ 21 ก.ค.2567 เนื้อหาเป็นข้อความเกี่ยวกับการรับจ้างทำหนังสือเดินทางและรับจ้างดำเนินการแปลงสัญชาติ (สัญชาติที่สอง) ได้ใน 30 วัน โดยมีภาพตัวอย่างหนังสือเดินทางของประเทศอินโดนีเซีย วานูอาตู กัมพูชา และตุรกี
กรมการปกครอง ระบุว่า การขึ้นป้ายโฆษณาลักษณะดังกล่าวอาจจะเป็น ความผิดตามกฎหมายในการรับจ้างปลอมแปลงเอกสาร หรือ อาจเป็นการหลอกลวงของแก๊งคอลเซนเตอร์เพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินของผู้ที่ประสงค์จะดำเนินการฯ จึงได้สอบถามไปยัง เจ้าของ/ผู้รับจ้าง ติดป้ายดังกล่าว ซึ่งแจ้งว่าได้รับการว่าจ้างให้ติดป้าย โฆษณาดังกล่าวจากชาวจีน โดยได้ติดตั้งเสร็จเมื่อวันที่ 21 ก.ค. 2567 แต่ภายหลังได้ทราบข่าวทางสื่อโซเชียลถึงความไม่เหมาะสมจึงได้ดำเนินการรื้อถอนเสร็จแล้วเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ก.ค. 2567
ขอสัญชาติที่ 2 หรือ ซื้อขายพาสปอร์ต เป็นแหล่งของการฟอกตัว
หากดูในประเทศที่เป็นหมูเกาะเล็ก ๆ ชื่อจำไม่ค่อยได้นัก จะพบว่าประเทศเหล่านี้ส่วนใหญ่มีโครงการ Citizen ship by Investment Program หมด เพื่อให้ผู้คนขอสัญชาติที่ 2 ผ่านการลงเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งโครงการเหล่านี้หลาย ๆ ครั้งก็ถูกใช้เป็นแหล่งฟอกตัวของเหล่ามิจฉาชีพ
ThaiPBS เคยสืบสวนเรื่องนี้และพบว่า ประเทศเซนต์คิตส์,เนวิส เกรเนดา และโดมินิกา เป็นประเทศยอดนิยมของการขอสัญชาติที่ 2
