ข่าว
ทำไมประเทศไทยไม่มี Disney Land – สวนสนุก Universal – Legoland ทั้งที่พื้นที่มีพร้อมให้สร้าง
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมประเทศไทยไม่มี Disney Land – สวนสนุก Universal หรือ Legoland ? ทั้งที่พื้นที่มีพร้อมให้สร้าง สนามบินก็ใหญ่ สาเหตุเกิดจากอะไร ? บริคอินโฟชวนไปหาคำตอบ
ย้อนกลับไปในปี 2555 Legoland Malaysia Resort เปิดให้บริการที่มาเลเซีย โดยครั้งแรกที่มีข่าวว่า เลโก้แลนด์จะไปเปิดที่มาเลเซีย หลายคนก็ต้องข้อสงสัยว่าทำไมไม่มาเปิดที่ไทย ? แต่ถ้าหากมองย้อนกลับมาดูพฤติกรรมของคนไทย การคมนาคม และ โครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ของไทย กลับสวนทางกับความหวังของคนไทยที่อยากมีสวนสนุกระดับโลกมาเปิดที่ไทย

นายวุฒิชัย เหลืองอมรเลิศ ประธานสมาคมผู้ประกอบการด้านสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยว (IAAPA) ระบุในงานมหกรรมจัดแสดงเครื่องเล่นสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยว IAAPA Expo Asia 2024 ถึงคำถามของผู้สื่อข่าว ถึงกรณีที่ประเทศไทยทำไมไม่มีสวนสนุกระดับโลกมาลงทุน ว่า ในการจัดงาน IAAPA Expo Asia 2024 มีผู้ประกอบการระดับโลกมาอยู่ในงานมากมาย เราชวนเขามาลงทุนได้ไม่ยาก แต่คำถามต่อมา คือ การสนับสนุนเรื่องต่าง ๆ ของรัฐบาลไทยเอื้อต่อการลงทุนหรือไม่ ?
“ความท้าทายหนึ่งของธุรกิจ สวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยว คือ การสนับสนุนของภาครัฐ เมื่อเทียบกับต่างชาติ อย่าง จีน ที่สร้างรถไฟใต้ดินไปถึงดิสนีย์แลนด์หนึ่งปีก่อนเปิดให้บริการ แล้วไทยทำได้ไหม ?”

ประธาน IAAPA ตั้งคำถามว่า หากวันนี้สวนสนุกใหญ่ ๆ จะมาลงทุน ประเทศไทยพร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เอื้อต่อการลงทุน เช่น ขนส่งสาธารณะ พื้นที่อยู่อาศัยของผู้ที่ทำงานรอบสวนสนุก ซึ่งประเทศไทยอาจจะทำได้ แต่คำถามต่อมาคือ เมื่อรัฐบานนำรถไฟใต้ดินมาตั้งให้ลงที่สวนสนุก รัฐบาลจะถูกสังคมตั้งคำถามว่าเอื้อให้เอกชนหรือไม่ ? จึงกลายเรื่องที่รัฐบาลต้องตัดสินใจ
อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวบริคอินโฟ ย้อนกลับไปตรวจสอบสวนสนุกอย่าง Legoland Malaysia แม้จะไม่ได้มีขนส่งสาธารณะอย่างรถไฟใต้ดินไปถึงหน้าสวนฯ แต่ที่ตั้งรัฐยะโฮร์ ติดกับสิงคโปร์ ประเทศที่เป็นแหล่งที่หมายของใครหลายคนและกำลังซื้อสูงกว่า จึงเป็นข้อได้เปรียบที่สำคัญ

ขณะที่ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย สวนสนุกใหญ่ ๆ อย่าง สวนสยาม , ดรีมเวิลด์ , ซาฟารีเวิลด์ หรือ สวนน้ำวานา นาวา วอเทอร์ จังเกิล หากไม่มีรถส่วนตัวก็นับเป็นความท้าทายของผู้บริโภคเช่นกันในการเดินทาง
นายวุฒิชัย กล่าวเสริมว่า หากมองย้อนดูกลุ่มที่มีกำลังซื้อในประเทศไทย จะพบพฤติกรรมว่า กลุ่มนี้ชอบที่จะใช้จ่ายเงินในต่างประเทศมากกว่าในประเทศ ดังนั้นจึงนับเป็นความท้าทายที่ภาครัฐจะต้องเร่งขยับตัว
