Connect with us

ข่าว

นครปฐม สาธุ ชื่นชมหลวงน้า วัย 51 ปี ออกจากเรือนจำ ศึกษาธรรม 10 เดือน สอบได้ ปธ.7

Published

on

ผู้สื่อข่าว : กิตติพงษ์ จันทร์ละมูล ผู้สื่อข่าวนครปฐม

ชาวพุทธ คณะสงฆ์ชื่นชม หลวงน้ากิตติธัช อายุ 51 ปี พระสังกัดวัดไผ่ล้อม จังหวัดนครปฐม พลิกชะตาจากผู้เคยหลงผิดกลับมาบวชอีกครั้งหลังรับโทษ โดยใช้เวลาศึกษาทางธรรมเพียง 1 ปี สามารถสอบเปรียญธรรม 7 ผ่านฉลุย เตรียมเดินหน้าเรียนรู้ไปถึง ป.ธ.9 เผยชีวิตดราม่าจากสูงสุดจบปริญญาโทมาถึงต้องโทษและกลับสู่เส้นทางธรรม จากหลวงพี่น้ำฝน ให้โอกาสอีกครั้ง

เรื่องราวของพระกิตติธัช อธิฎฐาโน ป. ในวัย 51 ปี 1 พรรษา สังกัดวัดไผ่ล้อม ต.พระปฐมเจดีย์ อ.เมือง จ.นครปฐม ซึ่งได้รับคำชมจากทั้งญาติโยมและคณะสงฆ์ ถึงความสามารถตั้งใจในการศึกษาทางธรรมซึ่งใช้เวลาในการศึกษาด้านภาษาบาลีและหลักธรรมคำสั่งสอน ในเวลาเพียง 1 ปี ก็สามารถสอบผ่านในระดับเปรียญธรรม 7 ประโยค (ป.ธ.7) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพ้นการรับโทษครั้งที่เคยหลงผิดในการคดีรับซื้อของโจร

Advertisement

พระกิตติธัช วัย 51 ปี เผยว่า เดิมทีเป็นเด็กบ้านๆในจังหวัดยโสธร ซึ่งก็ใช้ชีวิตตามประสาเด็กบ้านนอกคือเมื่อเรียนจบ ป.6 ก็ได้เข้ารับการบวชเณรเพื่อศึกษาทางธรรม เพราะที่บ้านมีความยากจนและได้เริ่มศึกษาทางธรรมจนกระทั่งสอบได้นักธรรมเอก ซึ่งหลวงพ่อเจ้าอาวาสก็ได้นำมาฝากให้เรียนต่อที่กรุงเทพ และได้ศึกษาทางธรรมเรื่อยมา จนสามารถสอบได้ เปรียญธรรม 6 ประโยค (ป.ธ.6) และกลับไปบวชเป๋นพระที่บ้านเกิดก่อนจะกลับมาที่กรุงเทพอีกครั้ง กระทั่งศึกษาจบในระดับปริญญาตรี ครุศาสตร์บัณฑิต ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

พระกิตติธัช วัย 51 ปี เล่าต่อว่า หลังจากศึกษาจนจบก็ได้ทำงานเป็นพระผู้สอนศาสนาให้กับนักเรียนควบคู่กันไป ก่อนจะมีคณะกลุ่มเพื่อนพระด้วยกันได้ชักชวนให้ไปศึกษาต่อปริญญาโท ที่ประเทศอินเดีย ซึ่งตอนนั้นญาติโยมก็เห็นความตั้งใจจึงได้ช่วยกันลงขันส่งให้ไปศึกษาต่อจนจบการศึกษาปริญญาโท จากนั้นจึงได้ตัดสินใจลาสิกขาออกมาเพราะคิดว่า มีความรู้มากแล้วและอยากจะลองมาใช้ชีวิตแบบที่ฆราวาสใช้กันว่าจะเป็นอย่างไร ก่อนจะมาได้งานเป็นเจ้าหน้าที่แผนกวิเทศน์สัมพันธ์ สำนักงานประชาสัมพันธ์ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับเปิดสอนติวเตอร์ในวันหยุดไปด้วย

“ชีวิตที่กำลังรุ่งของอาตมาก็เริ่มผกผันเพราะทั้งงานและเงินที่เข้ามาทำให้ชีวิตมีความสะดวกสบายมาก อาตมาก็เริ่มทำธุรกิจเพิ่มเติมในการจัดอบรมต่างๆมาเสริมด้วย แต่การเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น เพราะช่วงหนึ่งรัฐบาลเปิดให้มีการเรียนฟรี ทำให้โรงเรียนกวดวิชาที่เปิดสอน แฟนที่คบหากัน รวมถึงเพื่อนๆ ที่ร่วมกันทำงานประสบปัญหารายได้หายไปเยอะจนต้องปิดกิจการ ช่วงนั้นเองก็มีคนเข้ามาแนะนำให้ลองเล่าการพนันออนไลน์ ตรงนั้นอาตมาคิดว่าคือจุดหักเหของชีวิตครั้งใหญ่” พระกิตติธัช เล่าให้ฟัง

พระกิตติธัช เล่าต่อไปอีกว่า หลังจากเริ่มเข้าสู่การพนันออนไลน์ ก็ต้องใช้เงินมากขึ้นและมารู้จักกับคนที่อยู่ในวงการพนันจึงได้เริ่มมีคนเอาของมาขาย เอามาจำนำไว้ ซึ่งธุรกิจใหม่ตรงนั้นก็เกิดขึ้นมาอีก และตรงนั้นถือว่ามีรายได้ดีมากเพราะมีกลุ่มคนที่ร้อนเงินนำคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค มาจำนำหลายรายและเคยสงสัยว่าทำไมมีคนหามาจำนำให้เราได้เยอะแต่ก็ไม่ได้ถามไปเพราะรู้สึกว่ารายได้ดี จนวันหนึ่งก็ถูกจับกุมในข้อรับซื้อของโจร และเป็นที่มาของการถูกต้องโทษในข้อหารับของโจร

Advertisement

พระกิตติธัช เล่าให้ฟังอีกว่า หลังจากได้อยู่ในพื้นที่จำกัด ก็มีโอกาสได้รับฟังการบรรยายธรรม ของหลวงพี่น้ำฝน เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม และได้พบกันบ่อยครั้งมากขึ้นและท่านได้บอกว่า อาตมามีความรู้ความสามารถแต่อายุก็มากแล้ว หากไม่มีงานหรือหากคิดจะกลับมาใช้ชีวิตในทางธรรม ที่วัดไผ่ล้อมก็ยินดีต้อนรับ ซึ่งเมื่อได้มีโอกาสจึงได้เข้ามาพบและได้หารือจนมั่นใจจึงได้ตัดสินใจกลับมาบวชที่วัดไผ่ล้อมเป็นการเริ่มต้นชีวิตในผ้าเหลืองอีกครั้ง

” อาตมากลับมาบวชอีกครั้งที่วัดไผ่ล้อม เพราะได้รับคำแนะนำจากหลวงพี่น้ำฝน ซึ่งได้แจ้งท่านไว้ว่าอยากจะกลับมาเรียนอีกครั้งในทางธรรม ซึ่งท่านก็สนับสนุนจัดหาหนังสือมาให้อ่าน อาตมาใช้เวลา 10 เดือนในการเตรียมตัวอ่านหนังสือและทบทวนความรู้เดิม ซึ่งการสอบครั้งแรกก็สามารถสอบ เปรียญธรรม 7 ประโยคได้ ซึ่งเป้าหมายก็อยากจะศึกษาเพิ่มไปให้ถึง ป.ธ.9 ให้ได้และหลวงพี่น้ำฝนท่านก็พร้อมผลักดันตามความตั้งใจ ตรงนี้ถือเป็นบุญคุณที่ยิ่งใหญ่มาก” พระกิตติธัช กล่าวปิดท้าย

พระกิตติธัช กล่าวสรุปว่า นับจากนี้จะเป็นการบวชศึกษาทางธรรมให้แน่วแน่และจะนำความรู้ความสามารถมาถ่ายทอดสู่คณะสงฆ์และญาติโยม เป็นการสืบสานพระพุทธศาสนาซึ่งหลวงพี่น้ำฝนท่านได้ให้แนวทางไว้กับเรื่องนี้เป็นหลัก เพราะช่วงชีวิตนี้อาตมามีแรวคิด คือ 3 สิ่งที่เสียไปแล้วจะไม่สามารถเอากลับมาได้ นั่นคือ มีครูดีแต่ไม่เรียน มีเพื่อนดีแต่ไม่คบ และมีโอกาสดีดีแล้วไม่คว้าเอาไว้ และขอให้ญาติโยมมีสติในการใช้ชีวิต มีความกตัญญูกับคนที่ช่วยเหลือเราไว้ ซึ่งการได้บวชที่นี่ แตกต่างจากสิ่งที่คนในโซเชียลโจมตีเอาไว้อย่างสิ้นเชิง หากใครมีโอกาสก็สามารถมาบวชที่วัดไผ่ล้อมได้เพราะมีโครงการบวชฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย อยู่ทุกเดือนด้วย

Advertisement
Continue Reading
Advertisement