ข่าว
อัญชลี สุดจะทนไหวเห็นช้าง68 เชือกลำบากขั้นวิกฤต ทายาทยังเล่นแง่ขวางแบ่งมรดก ประกาศชนเต็มทั้งคดีอาญาและแพ่งไม่เจรจาแล้ว
ศึกมรดกพันล้านของพ่อเลี้ยงชูชาติ กัลมาพิจิตร ผู้ก่อตั้งปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ที่เสียชีวิตไปกว่า 4 ปีทิ้งทรัพย์สมบัติมหาศาลไว้ให้ทายาท แต่ปรากฎว่าทายาทยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้เนื่องจากยังมีคดีฟ้องร้องกันทั้งอาญาและแพ่งอีกนับสิบคดีที่ยังไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงช้าง68 เชือกได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสนักท่องเที่ยวน้อยจนไร้เงินบริหารจัดการแล้วตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลาวันที่ 11มิ.ย.นี้ ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปที่ปางช้างแม่สา อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อดูสถานการณ์ภายในปางช้างแม่สา ซึ่งเคยติดอันดับการท่องเที่ยวยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องมาเที่ยวชมระดับต้นๆของประเทศมาแล้ว พบว่าภายในปางช้างแม่สา ดูเงียบเหงามาตั้งแต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด19 และมาเจอปัญหาหมอกควันไฟป่าที่มีการประโคมข่าวเชียงใหม่ติดอันดับเมืองที่มีมลพิษหมอกควัน อันดับหนี่งของโลกมาหลายวันติดต่อกันจนส่งผลกระทบใหญ่หลวงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเข้ามาเชียงใหม่ลดน้อยถอยลงอย่างน่าใจหาย ซึ่งปางช้างแม่สาได้รับผลกระทบที่รุนแรงมากเช่นกันทำให้ถึงงดการแสดงช้างโชว์ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ขึ้นร่วม 4 ปีเต็มและมาเจอปัญหาการแบ่งมรดกที่ยังไม่สามารถตกลงกันในหมู่เครือญาติจึงส่งผลกระทบซ้ำเติมปางช้างแม่สาระลอกใหญ่จนอยู่ในสภาพพยุงตัวให้อยู่รอดไม่ไหวแล้ว
ในเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังนางอัญชลี กัลมาพิจิตร ผู้บริหารปางช้างแม่สา และเป็นผู้จัดการร่วมในจัดการมรดกของนายชูชาติ กัลมาพิจิตร เจ้าของปางช้างแม่สา ที่ล่วงลับไปแล้ว โดยขอถามความคืบหน้าในเรื่องการจัดการมรดกปางช้างแม่สา ซึ่งนางอัญชลี ได้เผยว่าตนได้งดการให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้มานานเพื่อให้โอกาสทายาทที่เกี่ยวข้องมีการเจรจากันภายใน แต่ปรากฎว่าในห้วงเวลาที่ผ่านมาไม่สามารถจะเจรจากันได้ยืดเยื้อและดึงเวลาไปเรื่อยๆตนขอบอกว่าตนหมดความอดทนอดกั้นแล้ว ตนมีความตั้งใจที่จะจัดการมรดกให้มันเสร็จสิ้นลงเพราะเวลามันนานกว่า 4 ปีแล้ว แต่ก็ไม่สามารถจะพูดคุยตกลงกันได้ด้วยดี ตั้งแต่นี้ต่อไปตนก็ให้ว่ากันไปตามกฎหมายทั้งคดีอาญา เรื่องงาช้างที่หายไปและเงินเลี้ยงช้าง 117 ล้านบาท ที่แจ้งความไว้และทำตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่าทางตำรวจจะมีการเรียกตัวผู้เกี่ยวมารับทราบข้อกล่าวหาในกลางเดือน มิ.ย.และทราบว่าจะสามารถสรุปผลส่งให้อัยการแล้วภายในวันที่30 มิ.ย.66 ซึ่งตนตนจะไม่มีการเจรจาใดๆแล้วขอให้ทางตำรวจดำเนินการตามกฎหมายเลย ส่วนคดีที่ฟ้องทางแพ่งก็ให้ทางทนายความดำเนินการไปตามนั้นเพราะทางศาลได้สั่งให้จัดการพินัยกรรมในส่วนที่ต้องโอนเงินและทรัพย์สินให้กับบริษัทปางช้างแม่สาแต่ก็ยังไม่ทำตาม อ้างเหตุผลต่างๆนาๆจนตนสุดจะทนแล้วอะไรจะเกิดให้มันเกิดไป เพราะตนทนมามากสงสารช้างที่เป็นของบิดา ที่ตนต้องแบกภาระดูแลอยู่ทุกวันนี้ส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงอย่างรุนแรงเพราะไม่มีเงินมาบริหารจัดการเลย ทั้งๆที่มาเงินระบุไว้ตามพินัยกรรมชัดเจนแต่ไม่ทำตามพินัยกรรมระบุ และยังมีอีกหลายเรื่องที่จะเข้ามาอีกต่อไปตนจะไม่ยอมอย่างเด็ดขาดแล้วทุกเรื่องขอให้ว่ากันทางกฎหมายทั้งคดีอาญาและแพ่ง ตนขอบอกเลยว่าตนทนมามากแล้วและจะไม่ทนอีกแล้ว
