Connect with us

ข่าว

นครปฐม คืบหน้าสามีเดินหน้าร้อง ตร เปิดกล้องวงจรปิด รพ.ชื่อดัง อำเภอบ้านโป่ง เหตุเมียเสียชีวิตขณะรอคลอด

Published

on

โรงพยาบาลชื่อดัง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ออกแถลงการณ์ชี้แจงเบื้องต้น ว่าทีมแพทย์ได้ดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพแล้ว กรณีหญิงอายุ 30ปี รอคลอดลูก โดยแม่เสียชีวิต แต่ลูกในท้องทีมแพทย์ได้ช่วยให้รอดชีวิตไว้ได้ ขณะที่ญาติและสามีผู้เสียชีวิตยังคาใจเดินหน้าร้องให้ตำรวจช่วยตรวจสอบกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาล ว่ามีสิ่งผิดปกติใดจนเป็นเหตุให้ภรรยาเสียชีวิตหรือไม่

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2566 ที่จังหวัดนครปฐมผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่นางสาวสุณฺสา ยอดกาวี อายุ 30 ปี ได้เสียชีวิตขณะไปรอคลอดลูก ที่โรงพยาบาลชื่อดัง อำเภอบ้านโป่งเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยนายโสภณ อยู่แสง ผู้เป็นสามี ได้ทำหน้าที่ดูแลลูกชายที่รอดชีวิต ที่บ้านพักเลขที่ 63 หมู่ 13 ต สระกะเทียม อ เมือง จ นครปฐม โดยลำพัง ซึ่งเขาได้ตั้งชื่อลูกว่า เด็กชายสกลวรรธน์ อยู่แสง หรือน้องมีตังค์ ขณะที่ศพของ นางสาวสุณิสา ผู้เสียชีวิตยังคงตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ที่วัด รอการกำหนดฌาปนกิจต่อไป

ล่าสุดช่วงบ่าย วันนี้ นายโสภณ สามีของผู้เสียวิต ได้เดินทางไปพบร้อยเวรเจ้าของคดี ที่สถานีตำรวจภูธรบ้านโป่ง เพื่อจะร้องขอให้มีการเข้าทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงพยาบาลอีกครั้ง หลังจากที่เคยไปแจ้งความเพื่อยื่นขอให้มีการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของภรรยา อย่าละเอียดไปก่อนหน้านี้แล้ว และยังอยู่ในระหว่างการรอผลชันสูตรจากทางแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งทางร้อยเวรแจ้งว่ายังติดภารกิจและพร้อมจะรับเรื่องดำเนินการในต้นสัปดาห์หน้า

นายโสภณ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่ช่วยทำคลอดลูกชายจนสามารถรอดมีชีวิตได้เป็นผู้มีความสามารถตามวิชาชีพ แต่ยังสงสัยและข้องใจกระบวนการดูแลระหว่างที่รอคลอด เพราะปล่อยให้คนที่สภาพร่างกายและสุขภาพยังปกติ เสียชีวิตขณะรอคลอดได้อย่างไร จึงเป็นที่มาของการตัดสินใจเข้าพบร้อยเวรให้ช่วยรับเรื่องและเข้าทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงพยาบาล เพื่อหาความยุติธรรมให้กับภรรยาที่เสียชีวิตและครอบครัวต่อไป

Advertisement

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้หลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลชื่อดังอำเภอบ้านโป่ง ได้ออกแถลงการณ์ว่ากรณีดังกล่าว ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้พูดคุยและติดต่อประสานงานกับญาติ ในเรื่องสิทธิของผู้สียชีวิตที่พึงจะได้ทันที ซึ่งยืนยันว่าทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมาตรฐานวิชาชีพทุกประการ

Continue Reading
Advertisement