ข่าว
อุตรดิตถ์คึกคัก Kick off เปิดด่านการค้าชายแดนรวดเดียว 3 จุด หลังโควิดซา มุ่งขับเคลื่อนเมืองแห่งการค้าชายแดน ภายใต้หลักการ Open.Connect.Balance
ผู้สื่อข่าว : ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ ผู้สื่อข่าวอุตรดิตถ์
นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายนายอำเภอบ้านโคก และนายอำเภอน้ำปาดประสาน สปป.ลาว เปิดด่านการค้าชายแดนไทยลาว 3 จุด หลังจากปิดด่านไปอย่างยาวนาน ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ที่ผ่านมา
โดยอำเภอบ้านโคกได้เริ่มเปิดด่านการค้าชายแดน 2 จุด จุดแรกที่จุดค้าขายประเพณีช่องมหาราช หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อเบี้ย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองทุ่งมีไช แขวงไชยะบุรี ได้มีการเปิดด่านให้ประชาชนทั้งสองประเทศพบปะค้าขายกันเป็นวันแรกในรอบเกือบ 3 ปี ไปแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2566 มีประชาชนคนไทยคนลาวเดินทางมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายตลาดชายแดนทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 18.00 น.

ส่วนอีกจุดหนึ่งที่จุดผ่อนปรนการค้าช่องห้วยต่าง หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโคก ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองบ่อแตน แขวงไชยะบุรี จะเริ่มดำเนินการเปิดด่านในวันพุธที่ 11 มกราคม 2566 นี้ และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายตลาดชายแดนทุกวันพุธ เวลา 06.00 – 18.00 น.
ส่วนที่อำเภอน้ำปาดก็ได้มีการเปิดด่านจุดค้าขายประเพณีช่องห้วยพร้าว หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยมุ่น ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองบ่อแตน แขวงไชยะบุรี ไปแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2566 เช่นเดียวกัน มีประชาชนจาก สปป.ลาว เดินทางเข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าคึกคักไม่แพ้ที่อำเภอบ้านโคก และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายชายแดนทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 16.30 น.
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว แขวงไชยบุรี ระยะทาง 145 กิโลเมตร มีด่านการค้าชายแดนทั้งหมด 4 จุด จุดแรกที่ด่านพรมแดนถาวรภูดู่ อำเภอบ้านโคก ซึ่งเป็นช่องทางค้าขายชายแดนหลักที่เปิดให้ประชาชนไทยลาวเดินทางเข้าออกค้าขายสินค้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว นอกจากนั้น ยังมีจุดผ่อนปรนการค้า 1 จุด และจุดค้าขายประเพณีอีก 2 จุด ซึ่งในอนาคตจะมีการวางแผนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่เพื่อยกระดับจุดค้าขายประเพณีขึ้นเป็นจุดผ่อนปรนการค้าต่อไป
ภายหลังจากการเปิดด่านการค้าชายแดนทั้ง 3 ด่าน ดังได้กล่าวมาแล้ว จังหวัดอุตรดิตถ์จะได้เชิญเจ้าแขวงไชยะบุรี พร้อมทั้งภาคส่วนต่างๆ ของ สปป.ลาว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมาร่วมงานเปิดด่านการค้าชายแดนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 ณ จุดค้าขายประเพณีช่องมหาราช ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การแถลงข่าวเปิดด่าน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณี การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์
นายสมหวัง พ่วงบางโพ กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มุ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาล ยกระดับจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เป็นเมืองการค้าชายแดน วางเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนในปี 2566 เติบโต 1,714 ล้านบาท และมีประชาชนไทยลาวเดินทางเข้าออก เพิ่มขึ้น จำนวน 21,518 คน คาดว่า จะสามารถกระตุ้นยอดมูลค่าการค้าชายแดนให้สูงกว่าเป้าหมายได้อย่างแน่นอน โดยจังหวัดจะเร่งบูรณาการเครือข่ายทุกภาคส่วนภายใน และภายนอกจังหวัด ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดช่องทางการค้าชายแดนที่เปรียบเสมือนประตูประเทศ (Gate) ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถเดินทางติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าได้อย่างใกล้ชิดภายใต้ผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ตามหลักการ Open.Connect.Balance ที่รัฐบาลเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาความสัมพันธ์การติดต่อค้าขายสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
ณัฐวัฒน์ ราชประสิทธิ์ หน.ศูนย์ข่าวไทยนิวส์อุตรดิตถ์คึกคัก Kick off เปิดด่านการค้าชายแดนรวดเดียว 3 จุด หลังโควิดซา มุ่งขับเคลื่อนเมืองแห่งการค้าชายแดน ภายใต้หลักการ Open.Connect.Balance
นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ มอบหมายนายอำเภอบ้านโคก และนายอำเภอน้ำปาดประสาน สปป.ลาว เปิดด่านการค้าชายแดนไทยลาว 3 จุด หลังจากปิดด่านไปอย่างยาวนาน ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2563 ในช่วงการระบาดของโรคไวรัสโคโรน่า 2019 ที่ผ่านมา
โดยอำเภอบ้านโคกได้เริ่มเปิดด่านการค้าชายแดน 2 จุด จุดแรกที่จุดค้าขายประเพณีช่องมหาราช หมู่ที่ 1 ตำบลบ่อเบี้ย ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองทุ่งมีไช แขวงไชยะบุรี ได้มีการเปิดด่านให้ประชาชนทั้งสองประเทศพบปะค้าขายกันเป็นวันแรกในรอบเกือบ 3 ปี ไปแล้ว เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2566 มีประชาชนคนไทยคนลาวเดินทางมาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างคึกคัก และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายตลาดชายแดนทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 18.00 น.
ส่วนอีกจุดหนึ่งที่จุดผ่อนปรนการค้าช่องห้วยต่าง หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านโคก ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองบ่อแตน แขวงไชยะบุรี จะเริ่มดำเนินการเปิดด่านในวันพุธที่ 11 มกราคม 2566 นี้ และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายตลาดชายแดนทุกวันพุธ เวลา 06.00 – 18.00 น.
ส่วนที่อำเภอน้ำปาดก็ได้มีการเปิดด่านจุดค้าขายประเพณีช่องห้วยพร้าว หมู่ที่ 4 ตำบลห้วยมุ่น ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับเมืองบ่อแตน แขวงไชยะบุรี ไปแล้ว ในวันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม 2566 เช่นเดียวกัน มีประชาชนจาก สปป.ลาว เดินทางเข้ามาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าคึกคักไม่แพ้ที่อำเภอบ้านโคก และจะมีการเปิดช่องทางการค้าขายชายแดนทุกวันอาทิตย์ เวลา 06.00 – 16.30 น.
ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มีพื้นที่ชายแดนติดต่อกับ สปป.ลาว แขวงไชยบุรี ระยะทาง 145 กิโลเมตร มีด่านการค้าชายแดนทั้งหมด 4 จุด จุดแรกที่ด่านพรมแดนถาวรภูดู่ อำเภอบ้านโคก ซึ่งเป็นช่องทางค้าขายชายแดนหลักที่เปิดให้ประชาชนไทยลาวเดินทางเข้าออกค้าขายสินค้าเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว นอกจากนั้น ยังมีจุดผ่อนปรนการค้า 1 จุด และจุดค้าขายประเพณีอีก 2 จุด ซึ่งในอนาคตจะมีการวางแผนร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในพื้นที่เพื่อยกระดับจุดค้าขายประเพณีขึ้นเป็นจุดผ่อนปรนการค้าต่อไป
ภายหลังจากการเปิดด่านการค้าชายแดนทั้ง 3 ด่าน ดังได้กล่าวมาแล้ว จังหวัดอุตรดิตถ์จะได้เชิญเจ้าแขวงไชยะบุรี พร้อมทั้งภาคส่วนต่างๆ ของ สปป.ลาว ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนมาร่วมงานเปิดด่านการค้าชายแดนอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง ในวันอาทิตย์ที่ 22 มกราคม 2566 ณ จุดค้าขายประเพณีช่องมหาราช ตำบลบ่อเบี้ย อำเภอบ้านโคก โดยมีกิจกรรมที่สำคัญ อาทิ การแถลงข่าวเปิดด่าน การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณี การแข่งขันกีฬาเชื่อมความสัมพันธ์
นายสมหวัง พ่วงบางโพ กล่าวทิ้งท้ายว่า จังหวัดอุตรดิตถ์มุ่งตอบสนองนโยบายรัฐบาล ยกระดับจังหวัดอุตรดิตถ์ให้เป็นเมืองการค้าชายแดน วางเป้าหมายเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนในปี 2566 เติบโต 1,714 ล้านบาท และมีประชาชนไทยลาวเดินทางเข้าออก เพิ่มขึ้น จำนวน 21,518 คน คาดว่า จะสามารถกระตุ้นยอดมูลค่าการค้าชายแดนให้สูงกว่าเป้าหมายได้อย่างแน่นอน โดยจังหวัดจะเร่งบูรณาการเครือข่ายทุกภาคส่วนภายใน และภายนอกจังหวัด ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนในพื้นที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเปิดช่องทางการค้าชายแดนที่เปรียบเสมือนประตูประเทศ (Gate) ให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนสามารถเดินทางติดต่อค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าได้อย่างใกล้ชิดภายใต้ผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนทั้งสองประเทศ ตามหลักการ Open.Connect.Balance ที่รัฐบาลเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนนำไปใช้เป็นแนวทางหลักในการพัฒนาความสัมพันธ์การติดต่อค้าขายสินค้ากับประเทศเพื่อนบ้านด้วย
