ข่าว
ชาวบ้านร้อง บ้านพักรุกพื้นที่ป่าสงวน ลำปาง พร้อมตั้งคำถามสร้างได้ยังไง
บ้านพักตากอากาศติดอ่างเก็บน้ำรุกป่าสงวนแห่งชาติ ในพื้นที่ จังหวัดลำปาง หลังพลเมืองร้องเรียนไปยังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(บก.ปทส.) ส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบกระทำผิดจริงคุมตัวสอบสวนดำเนินคดีตามขั้นตอนกฏหมายทันที เบื้องต้นพบความอุดมสมบูรณ์พื้นที่มีสัตว์ป่าหาอยาก วนเวียนในพื้นที่เห็นตัวอย่างชัดเจน.

วันนี้ที่ 2 ธันวาคม 2565 โดยพล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ เอกกุล สว.กก.4 บก.ปทส.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการสืบสวนปราบปรามจังหวัดลำปาง กก.4 บก.บทส. สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ศูนย์ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ที่ 3 จังหวัดลำปาง เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ลป.1 แม่พริก เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) นิติกรสำนักงานชลประทานที่ 2 ลำปาง เข้าตรวจสอบบริเวณมีการก่อสร้างบ้านพักตากอากาศ ติดริมอ่างเก็บน้ำห้วยแม่พริก บ้านปางยาว หมู่ 8 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง เพื่อตรวจสอบกรณีมีผู้ร้องเรียนไปยัง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปาง ส่งต่อไปยังตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ว่ามีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ ได้เข้ามารุกป่าสร้างบ้านพักตากอากาศมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างพร้อมเพรียงทั้งถังกักเก็บน้ำบ้านพัก เครื่องปั่นไฟ ท่าจอดเรือลงน้ำเล่นน้ำภายในอ่างนอกจากนี้ยังมีการนำคนนอกพื้นที่เข้ามาพักผ่อนและเลี้ยงฉลองบ่อยครั้ง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จึงได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบเบื้องต้นจากการลงพื้นที่พบเจอชาย 1 คน ที่กำลังตัดหญ้าใกล้เคียงพื้นที่ดังกล่าว คือนายรัฐสยาม คำประเสริฐ อายุ 50 ปี ชาวบ้าน หมู่ 8 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง ยอมรับว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็นพื้นที่ที่ของตัวเองก่อนที่จะนำพาเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและตรวจวัดพื้นที่ทั้งหมด จำนวน 11-2-95 ไร่ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตรวจวัดพื้นที่และนำมาประกอบกับแผนที่ทางอากาศย้อนหลังพบว่า เป็นพื้นที่ป่าสงวนแหงชาติป่าแม่พริก จึงคุมตัวนายรัฐสยาม คำประเสริฐ มาสอบสวนและให้นำเอกสารหลักฐานต่างของผู้ต้องหามาแสดง เบื้องต้นพบเพียงสมุดประจำตัวเกษตรกร และหลักฐานการลงทะเลียนผู้อยากไร้ของที่ว่าการอำเภอแม่พริก ที่ขออนุญาตใช้พื้นที่ทำกินพบว่า ได้รับอนุญาตทำกิน 2 แปลงพื้นที่กว่า 20 ไร่ อย่างถูกต้อง ส่วนแปลงที่ถูกดำเนินคดี เป็นแปลงที่รุกป่าเพิ่มโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา กระทำผิด พ.ร.บ.สงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507
- มาตรา 14 ประกอบ 31 ฐาน”ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือทำด้วยประการใดๆอันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้รับอนุญาต”
กระทำผิด พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 - มาตรา 54 ประกอบ 72 ฐาน”ห้ามมิให้ผู้ใด ยึดถือครอบครอง ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำด้วยประการใด อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าเพื่อตนเอง หรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต”ส่งร้อยเวรสอบสวน สภ.แม่พริก จังหวัดลำปาง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งการจับกุมครั้งนี้พบว่าสภาพป่าในพื้นที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดที่โผล่เดินตามถนนเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านมาให้เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะไก่ป่า สุนัขจิ้งจอก ที่เดินผ่านลัดหน้าเจ้าหน้าที่ซึ่งถือว่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์อย่างเห็นได้ชัดเจนซึ่งจะได้มีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันในการอนุรักษ์รักษาพื้นที่ป่าให้อุดมสมบูรณ์ต่อไป ส่วนผู้ต้องหาตัวจริงนั้นหากมีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีส่วนร่วมมีส่วนเกี่ยวข้องก็จะแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมอีกครั้งเพราะทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อว่า ผู้ต้องหารายนี้คือเจ้าของบ้านพักจากอากาศตัวจริง.
